วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 12

สวัสดีครับ นักเรียนทุก ๆ คน ครูมารับหน้าที่ครูใหญ่ ที่โรงเรียนนี้ ไม่น้อยกว่า หนึ่งเดือน ถึงเวลาแล้วที่โรงเรียน ณ ที่นี้ ต้องมีนักเรียนที่ปลอดโรค ครูและคณะครู ได้ปรึกษาหารือกันแล้ว โดยใช้ระบอบประชาธิปไตยเข้ามาใช้ในการทำงานของครู อีกานึกในใจ ที่แม่บุญยังไปลงคะแนนเลือก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ เลือกตั้ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านแน่ ๆ ครูไม่ต้องการเห็นเด็กนักเรียนเรียนเก่ง แต่สุขภาพอ่อนแอ หมักหมมด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ครูคิดว่า สุขภาพของนักเรียนต้องมาก่อน เด็กดี เด็กเก่ง ครูและคณะครู ได้ข้อสรุปว่า อาหารที่กินกันช่วงกลางวันนั้น จะต้องกินอาหารให้เป็นยาป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ โดยไม่ต้องรอให้เจ็บป่วยก่อนแล้วจึงกินยา ครูจึงมีความคิดว่า พลิกดินทั้งหมดที่โรงเรียนมีอยู่เป็นทองให้ได้ เด็กมองกันตาใส ๆ ทอง ทอง ทอง ทองที่ว่านี้ คือทุก ๆ พื้นที่ยกเว้นสนามกีฬา จะให้นักเรียนช่วยกันปลูกผักไว้กินกันเอง ปลูกเองกินเอง

เรื่องผัก ในหมู่บ้านแห่งตำบลนี้ ต้องยกให้ แม่บุญยัง ไม่ว่าวิธีการปลูกมะพร้าวให้ออกลูกเร็ว มะละกอให้ออกลูกดกใหญ่ล่ำ สารพัดผัก แม่บุญยังคือครูเกษตรตัวยง ใจหนึ่งครูใหญ่หวังช่วยเหลือ อีกา ทางอ้อม จึงเชิญแม่บุญยังเป็นครูชั่วคราว สอนวิธีการปลูกผัก ทำปุ๋ยจากธรรมชาติ โดยได้ค่าตอบแทน เดือนละ เก้าพันบาท เงินนี้ถือว่า ไม่มากนักสำหรับคนอันมีจะกิน แต่สำหรับแม่บุญยัง เงินจำนวนนี้ต่อเดือน ถือว่า มากกว่าที่เคยเก็บผักขายหลายเท่าตัว

คนที่ดีใจมากกว่าใครเพื่อนคือ อีกา อีกาไม่ได้ดีใจที่แม่บุญยังได้เงินเดือน และไม่ได้ดีใจว่า แม่บุญยัง เป็นครูชั่วคราว ที่นักเรียนเรียกว่า ครู แต่อีกาดีใจที่แม่บุญยังจะเป็นเพื่อนเดินทางไปโรงเรียนเกือบทุก ๆ วัน

ครูบุญยัง ครูใหญ่ทักทายและไหว้ สวัสดีครับคุณครู อีกาไหว้ครูใหญ่ ส่วนแม่บุญยัง รับไหว้ครูใหญ่ ครูบุญยัง ได้รับการต้อนรับจากคณะครูด้วยดี อาจจะด้วยความเกรงอกเกรงใจต่อครูใหญ่ด้วยระดับหนึ่ง ส่วนนักเรียนร่วมห้องอีกา ไม่ใคร่จะสนใจเท่าใดนัก

ครูบุญยังสอนเด็กนักเรียนทุกชั้นเรียน ทุก ๆ ห้อง แม้กระทั่งเด็กประถมศึกษาปีที่ 1 เพราะการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องรู้ทั้งหมด หรือรู้อะไรเลย แต่อย่างน้อยเด็กได้สัมผัสจากส่วนใดของร่างกาย ครูบุญยังถือว่า เด็กได้เรียนรู้แล้วโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญเวลาให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ เด็ก ๆ จะชอบ เพราะจะได้เล่นไปด้วย และครูบุญยัง จะไม่ห้ามปรามดุติติง นักเรียน ครูบุญยังถือว่า เด็กมีความสุขคือยาวิเศษที่มองไม่เห็น ส่วน นักเรียนชื่อ อีกา แทบไม่ต้องสอน ถ้าวิชานี้มีการสอบ อีกาย่อมได้ที่ 1 โดยไม่ต้องสงสัย ไม่ใช่เพราะครูบุญยัง เป็นแม่อีกา แต่วิชานี้ อีกาเรียนรู้มาตั้งแต่พอพูดเรียกคำว่า แม่ ได้คำแรก

ไม่นานนัก พื้นที่ของโรงเรียนเต็มไปด้วยพืชผักสารพัดนึก ทุก ๆ มื้อกลางวันเด็กนักเรียนจะกินผักเป็นสำคัญ แม้แรก ๆ เด็กนักเรียนไม่น้อย ต่างบ่ายหน้าหนี ส่วนอีกา คำว่า บ่ายหน้าหนีนั้น คงจะยาก กลางวัน ต่อกลางวันถัด ๆ ไป เด็กนักเรียนเริ่มกินกันมากขึ้น สิ่งที่ยากที่สุด คือครูแต่ละคนต้องใช้ภาษาพูดโน้มน้าว โฆษณา ให้ชนะใจนักเรียน เพื่อกินผักเหล่านั้นให้ได้ โดยจัดกิจกรรม แข่งขัน ให้รางวัล โดยห้ามบังคับขู่เข็ญข่มขืนใจ เด็กนักเรียนโดยเด็ดขาด นี่คือนโยบายของครูใหญ่ ที่ไม่รอคำปรึกษาโดยใช้ระบอบประชาธิปไตยในการตัดสินหาข้อยุติ

ไม่นานนัก ประวัติการลาป่วยของเด็กนักเรียนโดยรวม น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด อาจจะมีบ้างลาป่วยปลอม ๆ ความสำเร็จงานนี้ ได้รับคำชื่นชมจาก ศึกษาธิการจังหวัดเป็นอันมาก ทำให้ โรงเรียนห่างไกลเมือง เพื่อนโรงเรียนด้วยกันไม่ค่อยรู้จักมักคุ้น กลายเป็นชื่อโรงเรียนติดหู ของ ครูใหญ่ ผู้อำนวยการ โรงเรียนต่าง ๆ ในจังหวัดนี้ และแน่นอนที่สุด ครูเปี่ยมสุข เป็นที่รู้จักมากขึ้นของครูต่างโรงเรียน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น