วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 19

วิชารู้แจ้ง เป็นวิชาเสริมที่ไม่คุ้นหู ที่ ครูเปี่ยมสุข ซึ่งเป็นครูใหญ่คนใหม่ แต่ไม่ถึงกับป้ายแดง เพราะผ่านไปครึ่งปีของปีการศึกษาแล้ว แต่ครูเปี่ยมสุข มุ่งมั่นมองเห็น และให้ความสำคัญกับ ปัญญา ปัญญาที่ว่านี้ มิใช่ความรู้ทั่ว ๆ ไป แต่ใจที่ครูเปี่ยมสุข คาดหวังที่ไม่ได้คาดหวัง ให้ มนุษย์ทั่ว ๆ ไปมีจิตใจที่นิ่งสงบ มีสติครอบคลุมโอบอุ้มปกป้องใจให้ครองสติให้ได้ นี่คือคำปณิธานสัญญาใจ เมื่อครูเปี่ยมสุข ได้ฝึกฝนขัดเกลาหล่อหลอมตีทั่งเข้ารูปครั้งแล้วครั้งเล่า จนพอจะเข้าใจคำว่า ปัญญา มีคุณประโยชน์อย่างไร แน่นอน เด็กนักเรียน จะเข้าถึงระดับปัญญาได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินแกงไม่แก่จนเกินงาม

แน่นอนภายในโรงเรียนทำการใดนั้นจะสำเร็จด้วยดีหรือไม่ ต้องได้รับความร่วมมือจากทุก ๆ ฝ่าย ไม่ว่า ตัวนักเรียนเอง ครู พานโรง ผู้ปกครอง รวมถึงสภาพแวดล้อมทั้งหลาย ไม่เว้น นายด่าง ที่เป็นสุนัขตัวผู้ไร้เจ้าของที่คอยเดินซื่อ ๆ แต่งแต้มด้วยขี้เรื้อนแต่น้อย กลิ่นสาบมาแต่ไกล จนนักเรียนรู้จักดีและคุ้นเคย แต่ไม่ถึงกับคลุกเคล้ากอดรัดฟัดเวี่ยง

ครูเปี่ยมสุข รู้ดีว่า หลักการ ศีล สมาธิ ปัญญา จะมีปัญญาได้ ต้องมีสมาธิ จะมีสมาธิได้ต้องมีศีล ศีลที่ว่านี้ เพียงศีลห้า ก็มากเกินพอ หาจำเป็นต้องศีลแปด ศีลสิบ หรือศีล 227 ที่พระสงฆ์ยึดเหนี่ยวถือปฏิบัติ แม้พระสงฆ์ปัจจุบันจะหาได้น้อยเต็มทีที่ยึดกฏหมายของสงฆ์ 227 ข้อก็ตาม โดยเริ่มที่ศีลห้า ก่อนเป็นอันดับแรก ๆ ศีล คือ ข้อควรปฏิบัติ
1.ห้ามฆ่าสัตว์ด้วยกายและใจ
2.ห้ามเอาของไม่ใช่ของตนทั้งกายและใจ
3.ห้ามประพฤติผิดทางเพศทั้งกายและใจ
4.ห้ามพูดปดด้วยกายและใจ
5.ห้ามเสพสิ่งที่ไม่เป็นคุณประโยชน์ทั้งกายและใจ

นี่คือสิ่งที่ครูเปี่ยมสุข ได้เล่าให้คณะครูของโรงเรียน รวมถึง พานโรง มาทำความเข้าใจให้เดินไปทิศทางเดียวกัน ครูเปี่ยมสุขรู้ดี แค่ศีลห้า เหมือนยกภูเขาทั้งภูเขาด้วยนิ้วก้อย เหมือนเอามือเปลือยเปล่าก่อปั้นขึ้นรูปเหล็กที่เหลวหลอมสีทองให้เป็นรูปเป็นร่างได้ แม้จะมีครูบางคนขอต่อรอง ศีลห้า นะหรือ ศีลแปด ศีลสิบ ขอแค่ศีลหนึ่งมีไหมครับ ครูใหญ่ อันนี้ครูเปี่ยมสุขเข้าใจความหมายที่เพื่อนครูสื่อดี ว่าไม่ใช่การประชดประชันเยาะเย้ยถากถางแต่อย่างใด

ครูเปี่ยมสุข ดูสีหน้า ครูแต่ละคน รวมถึงพานโรง ต่างรับรู้ได้ดีว่า แทบเป็นไปไม่ได้ แค่เพียง ศีลข้อที่ หนึ่ง ก็ไปไม่ถึงไหน จะได้หรือเปล่ายังไม่รู้ ไม่ต้องอีก สี่ข้ออันใดเลย แค่พญาธิในลำไส้ที่เดินยั้วเยี้ยคืบคลานปีนไต่สารวนในลำไส้ แล้วกินยาเบื่อพยาธิให้ตายคาลำไส้ จะถือว่า ผิดศีลข้อหนึ่งไหม ครูหลาย ๆ คนเหมือนมองทิศทางใดอยู่กลางเหวก้นบึ้งใจกลางโลกที่ยากจะคืบคลานป่ายปีนก้าวขยับได้แม้แต่น้อย

นี่คือบททดสอบเพื่อหยั่งรับรู้ว่าพื้นฐานของของลูกน้องในสังกัด มีพื้นฐานแค่ไหน มีมิติเข้าใจมากเพียงใด สรุปได้ง่าย ๆ ทำไม่ได้ แต่ครูเปี่ยมสุข รู้ดีว่าเป็นไปได้ แน่นอนถ้า ครูเปี่ยมสุข คล้อยตามเหมือนเพื่อนครู สิ่งที่ครูเปี่ยมสุขคาดหวัง เรื่อง ปัญญา ก็ต้องพับเก็บใส่ตู้เซพใส่รหัสลับชนิดตนเองไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งรหัสอะไร แต่แสงสว่างอยู่ข้างหน้าของครูเปี่ยมสุข มองเห็นไม่ไกล

อีกา เป็นคนหนึ่ง ที่ใคร ๆ รู้ดีว่า การเดินย่างก้าวจากบ้านมายังโรงเรียน หนึ่งหมื่นก้าวที่ใคร ๆ รับรู้เรื่องนี้ดีนั้น คือวิธีขั้นพื้นฐานการครองสติ ให้เกิดสมาธิ โดยไม่รู้ตัว อันนี้คือพื้นฐาน โดยไม่จำเป็นต้องไปจดจำยึดมั่นถือมั่นว่า ศีลมีอะไรบ้าง ครูเปี่ยมสุขได้แต่นึกยิ้มอยู่ในใจ ว่ามีความหวังที่ไม่ได้หวัง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น