วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 37

เติมรักจากหนึ่งหยดเติมหยดต่อเป็นสิบเดินก้าวเติมแต่งต่อเติม จนสอง แก้ว อีกา ความรักคืบคลานมากเพียงใด ยากประเมินว่ามีปริมาณเท่าใดกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ สองคนยังหาเวลาเงียบมาพูดคุยในยามว่างต่อกันเสมอ ซึ่งต่างจากเพื่อน ๆ ในห้องเดียวกันจะไปวิ่งเล่นไล่จับกัน แก้วจะจากไปเหมือนราตรี ไหม นี่คือคำถามที่แฝงด้วยความกังวล ที่อีกาไม่ต้องการให้เกิดซ้ำรอยเดิม เรื่องการพลัดพรากจากกัน ที่เป็นคำที่ พ่อ แม่ อีกา มอบคำว่า พลัดพราก ตั้งแต่อ้อนแต่ออก ด้วยการทอดทิ้งให้ทารก ต่อมาชื่ออีกา อยู่กลางพงกลางหญ้า แม้นจะมองเพียงผิวเผิญเด็กทารกไม่กี่วันจะรับรู้อะไรได้มากมายก็ตาม แก้วรู้ดีว่า ทำไมอีกาจึงได้ตั้งคำถามเช่นนี้ แก้ว จะไม่หายไปเฉย ๆ เหมือนที่ราตรีหายไปหรอกนะ อย่างน้อย แก้วรู้จักโรงเรียนนี้ รู้จักที่อยู่ และรู้จักชื่ออีกา อย่างน้อย แก้วจะเขียนจดหมายถึงอีกานะ ถ้าจำเป็นต้องจากไปโดยไม่ได้บอกกล่าว อย่างน้อย ถ้าได้รับรู้บ้างว่า แต่ละคนทุกข์สุขอย่างไร ดีกว่าไม่รู้อะไรเลย

เวลาของการพูดคุยจบลงเร็วกว่าที่คิด เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น เพื่อเข้าเรียนในภาคบ่าย แก้วและอีกา นั่งคู่กันอยู่แถวที่สาม ของห้องเรียน คู่เพื่อนเรียนของอีกาวันนี้ อีกามักจะได้ส่วนแบ่งปันอุปกรณ์การเรียนจาก แก้ว อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่า ยางลบ ปากกา วิชาการผ่านไป จากหนึ่งไปสองไปสาม อย่างคุ้นเคย แม้บางครังอีกา เบื่อที่จะเรียนด้วยท่วงท่าของครูผู้สอน สอนด้วยความคิดตนเองเป็นสำคัญ ทำหน้าที่เพื่อให้ได้สอนจะได้ไม่ตกงาน แต่ไม่สอนเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้อย่างเข้าอกเข้าใจ อย่างที่ชอบใช้คำดูสวย ๆ ว่า เด็กเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้

อีกา แก้ว ต่างโบกมือลา ทุกวัน ๆ ที่เดินทางกลับบ้านหลังจากโรงเรียนเลิกสิ้นวัน สิ่งที่แตกต่าง แก้วจะมีรถมารับ แต่อีกา ไม่มี แต่สิ่งนี้ขงความแตกต่างไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการสนิทสนมที่คลุกกลุ่นความรักหญิงชายไปได้ ถ้าบ้านอีกา เป็นเส้นทางเดียวกับบ้านพักของแก้วก็ดีนะ นี่คือคำห่วงใยพร้อมเอื้อน้ำใจ แก้วที่มีต่ออีกา เสมอ อีกา ยิ้มและเข้าใจความหมายที่ แก้วสื่อทางคำพูดและแววตาได้ดี

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 36

น้ำยาชีวิภาพ 1 ลิตร น้ำ 10 ลิตร นี่คือสูตรบำรุงพืชผักที่ อีกา ถนัดได้เห็นจากแม่บุญยัง ตั้งแต่อ้อนแต่ออก ทั้งสองคนไม่ใช่ใครอื่น แก้ว ทุก ๆ เช้า เที่ยง เย็น นักเรียนทุก ๆ คนรู้ดีว่า จะต้องทำอะไรบ้าง ดูแลผักในส่วนที่แต่ละคนรับผิดชอบอย่างไร นักเรียนรู้ดีว่า การดูแลต้นไม้พืชผักให้ได้ผลดี อย่าเพียงรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ย แค่นี้เป็นพอ แต่ต้องเอาใจของเรานั้นไปดูแลเอาใจใส่ด้วย นี่คือคำสอนที่ ครูบุญยัง สอนแก่นักเรียนทุกรุ่น ทุกวัย จึงไม่แปลกใจที่ผักแต่ละต้น แต่ละกอ แต่ละกิ่งก้านสาชา จึงได้งามเกินจินตนาการ

จากก่อนที่แก้ว จะมาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ เคยเจ็บไข้ได้ป่วย เคยเป็นภูมิแพ้อากาศ คราใด ฝนพอโปรย อากาศเปลี่ยนแปลงกายฉับไว อาการน้ำมูกไหล และตามด้วยตัวร้อน แน่อนที่สุดเป็นไข้ตามมาทุก ๆ ครั้งไป แต่หลังจากที่ แก้ว กินผักปลอดสารพิษมากกว่าที่เคยกิน กินอย่างถูกวิธี กินข้าวกินผักเป็นยา กลับกลายเป็นว่า ไม่ต้องกินยาเป็นข้าวอีกต่อไป และสิ่งนี้เป็นที่รับรู้ของศึกษาธิการจังหวัดเป็นอย่างดี เพราะ แก้วเป็นลูกสาวสุดที่รักของ ศึกษาธิการจังหวัดนั่นเอง จึงไม่แปลกใจผลงานของครูเปี่ยมสุข ซึ่งเป็นครูใหญ่ ย่อมได้ความดีความชอบ เงินเดือน 2 ขั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

ไม่นานนัก หลังจาก อีกา บอกว่า รักแก้ว ด้วยความซื่อของเด็กชายอีกา พูดต่อ เด็กหญิงแก้ว โดยปราศจากการปะปนกามตัญหา พิศวาสคาวโลกี ต่างฟูมฟักเป็นรักที่บริสุทธิ์ ต่างพึ่งพิงใจซึ่งกันและกัน โดยไม่รู้ตัวและเจตนาเคลือบแฝง โดยที่เพื่อน ๆ ในห้องไม่ทันได้ตั้งหลัก พูดล้อว่า สองคนนี้เป็นแฟนกัน ในท่วงท่าลีลานิยามน้ำเน่าถนัดแสดงกัน

กิจกรรมเกือบทุก ๆ อย่างที่โรงเรียนมี มีอีกา ก็ต้องมีแก้ว มีแก้วก็ต้องมีอีกา จนหลีกหนีพลัดพรากจากกันไม่ได้ เพราะอีกา แต่ไหนแต่ไร หลังจากไม่มีราตรี อีกา ก็ไม่มีใครในฐานะเพื่อนคู่คิด เพื่อนคู่คุย และเพื่อนคู่ทุกข์ แต่วันนี้ อีกา มีแก้ว มาทดแทนราตรีแล้ว

แก้วไม่รู้ว่า อีกา หล่อหรือไม่ อีกาก็ไม่รู้ว่า แก้วสะสวยหรือไม่ แต่ที่อีการู้แน่ ๆ แก้วผิวขาวเนียน ต่างจากสีผิวของอีกา อย่างเห็นได้ถนัดตา จะเรียกว่า ยมขาว กับ ยมดำ ก็ไม่น่าจะผิดเพี้ยน แต่สิ่งที่สองคนผูกมัดลงได้นั้น ด้วยสายใยของใจทั้งสองคนเท่านั้น

วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เสียงกระซิบ

เสียงกระซิบริบริบริมขอบฟ้า เสียงนภาลับลับแห่งหนไหน
เสียงแจ้วแจ้วแก้วร้องอยู่หนใด เสียงจากใจใครมาฟังไม่รู้ตน
โอ้แม่จ๋าค่ำคืนหนาวร้าวทรวงลึก อึกทึกสึกกร่อนช่างสับสน
อดคนึงตรองตรึงนึกอับจน สุดท่วงทนปนเปรอเผลอเฝ้ามอง

แปลกแตกต่าง

คิดกลับใจใจกลับคิดผิดตรงไหน ใครผิดถูกผูกติดใจใครผิดตน
สองพนอรอเรียกรักต้องฝึกฝน ยอมอดทนทนอดกลืนฝืนกรอกกลืน
ต่างรู้ดีสุดที่รักรักสุดใจ ใครไม่รู้แต่ตนรู้กล้ำสุดฝืน
เมื่อมีคนมาแทรกแปลกไร้รื่น ใครอื่นแปลกแตกต่างฉันไม่แปลก

ริมขอบฟ้า

แสงตะวันริมขอบฟ้าลาลับแล้ว โอ้น้องแก้วแจ้วแจ้วหูอยู่แห่งไหน
เลือนลับฟ้าท้ารับดินอยู่ที่ใด ใครบอกฉันพลันให้ตื่นฟื้นซักที
ได้แต่หวังเธอครองสุขทุกข์พลาดแคล้ว โอ้ค่ำแล้วแสงลาลับจับจิตพี่
ไม่อยากนึกสึกจับใจใครบอกที หวังเพียงพี่อยากเห็นน้องครองสุขใจ

สำราญจริง

เสียงอึกทึกครึกครื้นรื่นรมณ์เหลือ เพาะเผื่อเจือจุนก็มากหลาย
สองแก้มแย้มยิ้มรื่นเริงกาย แย้มพรายร่ายรำสำราญจริง
เสียงเพลงบรรเลงครื้นเครงนัก จะหยุดพักพักกายไปสู่สิงห์
แต่ด้วยช่วงทำนองอดประวิง จะทิ้งขว้างเสียการเต้นต่อไป

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 35

แม่ครับ ผมมีเพื่อนใหม่ที่ดีกับผมหนึ่งคนครับ แม่ ชื่อะไรหรือลูก ชื่อแก้ว ครับ แก้วเป็นลูกศึกษาธิการจังหวัด พอเวลาว่างจากครูสอน เราสองคนมักจะมาพูดคุย หรือไปเข้าห้องสมุดอ่านหนังสือด้วยกันครับแม่ แม่บุญยังยิ้ม ที่นานทีปีหน อีกา จะเล่าเรื่องเพื่อน ๆ ให้แม่บุญยังฟัง เพราะบรรดา เพื่อน ๆ ในห้องล้วนมองอีกาในเชิงเหยียดมากกว่าที่จะชอบ ยกเว้น ราตรี อดีตเพื่อคู่ใจที่จากไปไหนไม่รู้ แต่วันนี้ แก้วมาทดแทน ราตรี แม้นจะไม่สามารถจะมาเทียบเท่าราตรีอย่างเท่ากับ หนึ่ง เท่ากับ สอง ก็ตาม แต่อย่างน้อย ก็มีเพื่อนมิใช่ในนามเท่านั้น หรือในนามนิตินัยว่า เพื่อนร่วมห้องเท่านั้น แต่เป็นเพื่อนในทางพฤตินัยด้วย

แก้วเขามีอะไรมากมายเลยนะครับแม่ ของเล่นมากมาย โทรศัพท์มือถือ แม้นระยะหลังจะมีโทรศัพท์หูถือก็ตามเพราะเคยเห็นเขาเอามาเสียบหู ไม่ใช้มือถือกันแล้ว แม่บุญยังยิ้ม ๆ ขำ ๆ โทรศัพท์หูถือ แก้วมีเสื้อผ้าใหม่ ๆ รองเท้าใหม่ ๆ กระเป๋าใหม่ ๆ แตกต่างจากหนูมากเลยแม่ ลูกจ๋า สิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งนอกกายนะลูก แต่สิ่งที่ใหม่ควรค่ามากกว่านั้นคือสิ่งในกายนะลูก ถ้าคนเราภายนอกกายจะสวยหรูเพียงใด จะแต่งแต้มอย่างไร เป็นนางงามประจำโลกกี่โลกก็ตาม ถ้าจิตใจไม่งาม สิ่งนอกกายที่ปั้นแต่งปรุงจนเลอเลิศ ก็ไม่มีความหมายอะไรเลย

โลกทุกวันนี้นะลูก ชอบแข่งขันกันเอาหน้าตา ชอบแข่งขันกันทางกาย มากกว่าแข่งขันกันทำความดี บางรายแข่งขันกันทำความดีเพื่อมุ่งหวังให้ใคร ๆ เขาเห็นว่าทำดี ถ้าพูดง่าย ๆ อยากได้หน้า ทั้ง ๆ ที่หน้ามีหน้าเดียวแท้ ๆ แต่ก็อยากให้โลกเห็นว่ามีหน้าเท่า ๆ กับคนทั้งหมู่บ้าน หรือ ถ้าอาการหนักไปอีก อยากมีหน้ามากพอ ๆ กับคนในอำเภอนี้ หรือ หนักไปอีก อยากมีหน้ามากพอ ๆ กับคนในประเทศนี้ หรือให้หนักไปอีก เข้าขั้นบ้า ๆ บอ ๆ อยากมีหน้ามากพอ ๆ กับคนในโลกนี้ แล้ว ลูก จะมีซักกี่หน้าหรือลูก อีกา ตอบทันควัน ผมมีตัวเดียว สองขา สองมือ สองตา คอเดียว หัวเดียว สองหน้าก็น่าจะพอแล้วครับแม่ หน้าข้างซ้ายกับหน้าข้างขวา ถ้ามีหน้ามากกว่านี้ หนูคิดว่าคอผมจะรับน้ำหนักไม่ไหว มิหนำซ้า เวลากินข้าว ผมจะป้อนหน้าไหนครับแม่ ถ้ามีหลายหน้า ผิดมนุษย์มนาที่ธรรมชาติให้มา

แม่บุญยังได้แต่ลูบหัว อีกา และยิ้ม คนเรานี่แหละนะ ลูกเอ๋ย ถูกกิเลสครอบงำจนผุดโผล่ออกมาสูดอากาศหายใจแทบไม่ได้ แต่ก็ยังอุตส่าห์แสวงหากิเลสไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ไม่รู้จักพักจักผ่อนเผลอคิดไปว่า สิ่งที่หมักหมมด้วยกิเลส คือความสำเร็จของชีวิต มีหน้ามีตา มีผู้คนนอบน้อมยอมรับ มีผู้คนนับหน้าถือตา จนหลงลืมไปว่า คราวสิ้นลมตายไปก็หยิบฉวยอะไรไปไม่ได้

แก้ว ไม่รังเกียจหนูหรือลูก ไม่ครับแม่ วันวานหนูบอกว่า รักแก้ว หนูมีความรู้สึกว่า แก้วยิ้มหวานผิดปรกติครับแม่ เคอะเขินในบางครั้ง หนูว่ามันแปลก ๆ เปลี่ยนไป จนบางครั้ง หนูนึก ๆ ก็อดขำไม่ได้ ดูแล้วก็น่ารักดีครับแม่

คมกริบ สิ่งนี้แม่บุญยัง รับรู้ดีว่า คือการแรกรักฉันหญิงชาย แม่บุญยังยังจำตรึงตาตรึงใจไม่เคยลืม ชีวิตของความรักมันสุขล้นเหลือยากจะเทียบเชิญยาวิเศษใด ๆ มากินให้เทียบเคียงได้ แม้ความรักของแม่บุญยัง ไม่จบลงด้วยมีครอบครัว ร่วมหับหอเดียวกัน ก็ตาม แต่ความรักมันยังถูกเก็บรักษาไว้ ไม่ให้ใครมาตอมดม ไม่ให้ยุงมาข้องเกี่ยว เก็บความรักที่มอบให้ คมกริบ อยู่เบื้องลึกกลางใจของแม่บุญยังเสมอมา มันเป็นความรักครั้งแรก และแม่บุญยังพึงพอใจจะเก็บถนอมเอาไว้เป็นความรักสุดท้าย ด้วยใจมั่นคง เด็ดเดี่ยว โดยไม่นึกจะเสียอกเสียใจ ที่ คมกริบ ไปแต่งงานกับหญิงอื่น แม่บุญยังไม่เคยนึกโกรธ คมกริบเลยแม้แต่น้อย ได้แต่โยนให้เบื้องบนรับรู้ว่า โชคชะตามันเดินมาแบบนี้ ก็น้อมรับด้วยใจที่ไม่ขัดขืนน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตา เพราะในโลกใบนี้ มีผู้คนมากมายล้วนมีเส้นทางที่ฟ้าลิขิตไว้แล้วล่วงหน้าจนสิ้นลมหายใจ แม้จะพยายามไขว่ขว้า บางเรื่องบางราวก็ยิ่งหลีกหนี ผลก็คือเหนื่อยเปล่า แต่ที่แน่ ๆ ที่ทุก ๆ คนไม่อยากพบ ไม่อยากเจอ คือความตาย ก็หลีกหนีไม่พ้น

แม่ครับ แม่ คิดอะไรอยู่หรือครับ ออ ไม่มีอะไรลูก แม่เผลอคิดเมื่อแม่ยังเป็นสาว ๆ อยู่นะจ่ะ

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 34

แก้ว ค่ะ แก้วเคยมีความรักไหม มีสิ แก้ว รักพ่อ รักแม่ รักเพื่อน ๆ รัก ดี๊ด้า แมวที่บ้าน ครับ แล้ว อีกา ล่ะ รักอะไรบ้าง ผมรักแม่บุญยัง รักพี่เบิ้ม รักสวนผักที่บ้าน รักครูเปี่ยมสุข รักครูสุวิภา รักแก้วด้วยครับ แก้วรู้สึกใจอบอุ่นที่อีกา พูดเช่นนี้ แก้วไม่แน่ใจว่า ทำไมถึงได้อบอุ่นใจ แก้วไม่รู้ว่า เหตุใด ใจถึงชา ๆ ซึ่งแตกต่างที่ พ่อ แม่ บอกรักแก้ว เพราะความรักที่คำว่า รักบอกผ่านจากปาก พ่อ แม่นั้น แก้วฟังจนชินหู ฟังทีไรก็ยิ้มรับแบบชื่นใจเหมือนดื่มกินของอร่อย ๆ หรือเห็นดอกไม้สวย ๆ ซึ่งแตกต่างจากคำว่ารักจากปากอีกา ว่า รักแก้ว

อีกาและแก้ว ไม่รู้จักคำว่า รัก นอกเหนือคำว่ารัก อื่น ๆ มาก่อน แต่สำหรับอีกาที่บอกว่า รักแก้วนั้น อีกาไม่ได้รู้สึกใจชา อบอุ่นใด ๆ ทั้งสิ้น จะด้วยเหตุบกพร่องความรักจากคำว่า พ่อ ขาดหายไปโดยไม่ได้เจตนาหรือเปล่า อีกาไม่มีคำตอบ ได้แต่รู้เพียงว่า ใจไม่สะทกสะท้านใด ๆ เลย แก้วกับอีกา หรือ อีกากับแก้ว ต่างสนิมสนมพูดคุย ทดแทนราตรีผู้จากไป ณ ที่ใด อีกา ก็ยังไม่รู้เรื่องราว สุขทุกข์แค่ไหน ราตรีจะคิดถึงเพื่อนเก่า เหมือนที่อีกาคิดถึงราตรีหรือไม่ อีกา ได้แต่ถามฟากฟ้าตามลำพังเสมอ อีกาทำได้ เพียงส่งความคิดถึงไปกับสายลม หมายเพียงลม ๆ แล้ง ๆ ว่า จะส่งไปถึงราตรีได้ แต่ที่แน่ ๆ เสียงส่งกลับมา จาก ราตรี ถึงอีกา อีกาไม่ได้ยินเลยแม้แต่เศษเสี้ยวของคำ

อีกาได้เล่า ประวัติส่วนตัวของอีกา ให้แก้วฟังทุกซอกทุกมุม ชนิดไม่ต้องเก็บใส่ตู้นิรภัยเกรงจะมีใครมาขโมย เพราะอีการู้ดีว่า ชีวิตของอีกา ถูกปลอกเปลือยจนใคร ๆ ก็รู้เรื่องราวของอีกาดี แก้วทำได้แค่นั่งฟัง ไม่ได้พูดปลอบโยนอะไรทั้งสิ้น แม้ใจปราถนาดีต่ออีกา ก็ตาม เพราะโดยเบื้องลึก อีกา ก็มีใจแข็งแกร่งถูกฝึกฝนอดกลั้นอดทนเป็นเดิมพันที่สูงกว่าใคร ๆ แต่ในมุมของความแข็งแกร่ง ก็ย่อมมีจุดเปราะบางแฝงอยู่เสมอ เพียงแต่มันยังไม่ได้ผุดลัดเลาะโผล่พรวดออกมาแสดงให้เห็นก็เท่านั้นเอง

แม้แม่บุญยัง พยายามจะส่งสายใยรักสุดชีวิตให้อีกา ทุก ๆ วัน ทุก ๆ ค่ำคืนก็ตาม แต่ไม่อาจจะทดแทนความรักที่ถูกตราด้วยข้อมูลที่ว่า เด็กถูกทอดทิ้ง พ่อ แม่ ไม่ต้องการนั้น ดูเหมือนอีกา จะชาชินและไม่ถือโกรธถ้าใครจะมาพูดว่า เด็กถูกทอดทิ้ง เพราะทุก ๆ ครั้งที่ได้ยินคำนี้ อีกาจะมองและนิ่งเฉย ๆ ไม่ได้ต่อว่าผู้พูดแม้แต่คำเดียว ได้แต่หลบสายตาและเดินจากไปอย่างผู้พ่ายแพ้อย่างราบคาบ แต่แฝงด้วยความอดกลั้นอดทนยอมจำนนต่อความจริงทุก ๆ ประการ แม้จะอดกลั้นเพียงใด แม้จะอดทนสักเพียงไหน แม้จะชาชินสักปานใด มันก็เหมือนเหล็กแหลมคอยทิ่มแทงหัวใจไม่เว้นคำ

สองเด็กน้อยไม่รู้จักคำว่ารักฉันหญิงชายมาก่อน ไม่รู้จักคำว่ารักพิศวาสเป็นเบื้องต้น แต่วันนี้ คำว่า รักแก้ว จากปาก อีกา มันเหมือนเป็นกุญแจเปิดประตูหัวใจของแก้ว โดยไม่รู้ตัว แม้นอีกา พูดไปด้วยความซื่อ ว่า รักที่พูดนั้น คือรัก เหมือน ๆ ที่เพื่อนมนุษย์ เหมือนเพื่อนที่ดี ต้องรักต่อกัน

วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ตายผ่อนส่ง

ตายผ่อนส่งลงก่อนอ่านผ่านก่อนเจอ เผลอแอบเจอเพ้อแอบพบสบพอเห็น
มองสอดคล้องจ้องพอเป็นเห็นลำเค็ญ สองกระเส็นเห็นกระจายคลายสุขใจ
โอ้แม้เจ้าเฝ้าฟูมฟักนานเพียงไหน มิได้เป็นอย่างที่นึกตรึกสงสัย
ได้แต่มองฟากฟ้ากลางดงไพร จะมองใครใครมองเรานั้นไม่มี

ข้าวพอสุก

ถั่วดำแดงแฝงลงผสมข้าว ถั่วเขียวขาวมีประจำไม่ได้หาย
ถั่วลิสงลงผสมไม่เว้นวาย วางเรียงรายลูกเดือยเปื่อยได้ใจ
หุงข้าวนั้นหุงง่ายง่ายนั้นไม่ยาก แต่จะฝากรสลิ้มพริ้มอยู่ไหน
แช่ถั่วพร้อมลูกเดือยเพลาใจ หุงใส่ไฟใกล้จะสุกใสข้าวลง
รออีกนิดชิดอีกหน่อยกลิ่นคละคลุ้ง พุ่งพวยมุดคุ้งคอยฟัดไม่พิษสง
ข้าวพอสุกดับปิดไฟกลับสู่ดง ปลงเปิดปิดตักลงจานเคล้าเอื้อมคำ

ช้ำลงลึก

ช้ำลงลึกศึกลงซ้ำคำนึกฝัน จันทร์ชอกช้ำกล้ำกลืนทนฝนอยู่ไหน
น้ำตาตกอกตรมทรวงกลวงกลางใจ ณ ที่ใดฝนตกในกลางใจตน
ร้องเหวยเหวยกลางห้วยม้วยมอดมิตร สองคู่จิตที่เคยฟักปลีกสับสน
ทุกข์จำทนจนจำใจใครสุดทน ไม่รู้ตนไม่รู้ตัวใครคือใคร

พิราบสาว

พิราบสาวขาวประกายตะกายฟ้า โบยโบกลากาลเวลาไม่เคยเหนื่อย
อิสระเสรีเปลื้องปลอกเปลือย เฉือนแชเชือยเรื่อยเรื่อยเคียงข้างกาย
ตะเกียกตะกายลมพัดโบก โขกวกกลับจับควัดเวี่ยงเสี่ยงลมสาย
พุ่งสู่ดาวสาวสู่ใจจิตจับคลาย ตะกายดาวดวงเด่นล่าคว้าลอยลม

จับจิตขัง

ปิดทองหลังพระปะติดแน่น แอ่นอกรับจับจิตขังไม่ขอท้อ
มองแอ่นฟ้าท้าแอ่นฝนกล้าเพียงพอ เพียงแค่ขอคนที่รักสุขแก่ใจ
ไม่ต้องการหวังอะไรจากคนรัก แม้ฟูมฟักรักหวงแหนสักแค่ไหน
ขอเพียงรู้เพียงตนเดียวสาแก่ใจ ใครไม่รู้รู้แก่ใจเพียงลำพัง

ตะเข็บใจ

เสียงเพลงระรื่นชื่นใจรัก ฟูมฟักโอบกอดพลอดสองแขน
ฝูงนกยูงอ้ารับโบกกางลำแพน จะหวงแหนกักเก็บได้อย่างไร
รักเหมือนกรงกักขังอิสภาพ จะก้มกราบองค์พระตรงหนไหน
เมื่อริมขอบของหัวใจอาบกลางใจ เพียงสายใยผูกรักมิเสื่อมคลาย

เฉือนดวงใจ

ท้องนภาขัดขวางกางปีกกั้น ครันปลีกหันจันทร์ปลีกหนีตีปีกไหน
อาทิตย์โผล่จันทราปลีกแห่งหนใด โอ้ดวงใจจำลาพรากจำจากจร
รักนั้นรักนี่แหละรักต้องปลีกจาก เสรีจากเสรีจิตปลิดปลีกถอน
เพื่อให้รักโอ้ดวงแก้วไม่ขาดตอน พร่ำบอกสอนคอยพร่ำเตือนเฉือนดวงแด

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 33

ดิฉันชื่อ แก้วงาม กดุมภะ ชื่อเล่นชื่อ แก้ว ส่วนครูชื่อ ไพร ล่องไพร วันนี้เป็นวันแรกของการเปิดเรียน อีกา เข้าประจำห้องใหม่ ชั้นใหม่ แต่เป็นโรงเรียนเดิม ประถมศึกษาปีที่ 5 ห้อง 2 แก้ว ยิ้มให้อีกา อีกา ยิ้มรับ ซึ่งจริง ๆ อีกาได้ยิ้มในใจก่อนที่ แก้วส่งรอยยิ้มให้ ครา แก้วแนะนำตัวอยู่เบื้องหน้าห้องแล้ว

ครูไพร รู้ดีว่า ด.ญ.แก้วงาม เป็นลูกศึกษาธิการจังหวัด ที่พึงพอใจการทำงานของครูใหญ่ เป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจให้ลูกสุดที่รักมาเรียนที่นี่ แทนที่จะเรียนที่โรงเรียนประจำจังหวัด ที่คนในเมืองต่างฝากฝังให้ลูกหลานได้เข้าเรียนกัน

ชื่ออะไรหรือ ผมชื่ออีกา ครับ เราชื่อแก้วนะ ครับ อีกาได้แต่ยิ้มดีใจที่มีเพื่อนคุยทดแทนราตรีที่จากไปแฟ่งใดอีกาไม่ได้รับรู้ใด ๆ เลย มาเป็นเวลา 1 ปีเต็ม ไม่นานนัก อีกาและแก้ว เป็นเพื่อนสนิทกัน แม้จะไม่สนิทเท่า ราตรีก็ตาม แต่อย่างน้อย มีเพื่อนหนึ่งคนไม่ไม่มีอาการชิงชัง เหยียดหยาม ดูแคลน และอีกา จะคอยบอกแก้ว ว่าต้องทำอะไรบ้าง วิชารู้แจ้ง ต้องทำอะไรบ้าง ทำอย่างไร ผักแต่ละอย่างคือผักอะไรบ้าง กินแบบสด ๆ หรือ ต้องผ่านความร้อน จะต้มหรือลวกก่อน แน่นอนสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกินผักเป็นหลักมาก่อน ก็ยากที่จะกินได้คล่องคอ ต่างกับเด็นักเรียนคนอื่น ๆ ที่ผ่านการกินมาเป็นแรมปี จะคุ้นเคยและแข็งแรงปลอดโรคภัย

ไม่นานนัก แก้ว ปรับตัวเข้ากับโรงเรียน ณ แห่งนี้ได้อย่างไม่ยากเย็น บางครั้ง อีกา ปรับทุกข์เพิ่มสุขให้ แก้วฟังเสมอ ส่วนแก้วมีครอบครัวที่สมบูรณ์ จึงไม่มีอะไรมาพูดคุยกับ อีกามากนัก

ซ่อนรอยเงียบ

ซ่อนรอยเงียบเทียบรอยเฟ้นเค้นรอยฝัน จับจ้องทันพลันพร้อมพลันสีสดใส
โอ้ชะตาชาชินกินกรรมใจ คล้องสายใยหลุดขาดบาดหัวใจ
ชอกช้ำชอกบอกให้ช้ำจำจนจิต ผิดปลิดทิศปล้นจากคิดทิศทางไหน
ใจจากจิตบึ้งก้นไม่ห่างไกล รู้แก่ใจใครอยู่ไหนไม่ห่างกาย

สิบตาลับ

สายตาลิบสิบตาลับสับตาเห็น มองมิเป็นเป็นมิมองพ้องจับจ้อง
คนึงนองครองปกป้องคล้องเคียงคลอง ยากจับจองจ้องจับจิตคิดไปเอง
นานมากแล้วแคล้วคลาดเคลื่อนเลื่อนพลาดเห็น สุดจำเป็นเข็ญจับใจยากคลื้นเครง
สุดวังเวงเวงวังวนจนยำเกรง เก้งสุดก้างกางสุดเคว้งกลางสุดทน

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

จำจากลา

น้ำน้อยไหลลึกกึกก้องหู ร้อยรูกู่ก้องจ้องพุ่งใส
แมกไม้แตกแยกสองพงไพร นกเสียงใสจับใจสองคู่ชม
เสียงระงมชมเชยป่าเคียงเวลา สองเพลาลาลับไม่ขื่นขม
จะจากใจใจจากพรากทุกข์ระทม ต้องตรอมตรมเพราะจำใจใจจากลา

เลื้อยคด

เลื้อยลดคดเลี้ยวเกี่ยวก้อยข้องเหนี่ยว เพรียวเปลี่ยวเที่ยวพงไพรไกลฟากฟ้า
มะงุมมะงาหรามองเมียงเพียงฟางฟ่า กาลเวหาบอกกาลเวลานานเพียงใด
เห็นสายน้ำกระเส็นกระเด็นเข็นแข็งขึน กล้ำฝืนทนกล้ำกลืนทนฟ้องฟ้าใส
มองฟากฟ้าล่ำลากล้ำกลืนใจ ต้องฝืนใจอดทนสุดกล้ำกลืน

เริงระบำใจ

ย้ำคิดย้ำทำย้ำจำหย่ามใจ ข้ามใจช้ำใจทำใจใจระกำ
สุดกล้ำสุดกลืนฝืนจดจำ เริงระบำกล้ำกลืนยากลืมเลือน
สองคู่คิดผิดคู่ผิดใจในบางครั้ง พลาดพลั้งพลั้งเผลอคอยพร่ำเตือน
เฉือนจิตใจเฉือนจำจิตเฉือนแชเชือน พร่ำบอกเตือนเตือนให้คิดจดจำใจ

วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 32

บิดปลิวพริ้วตามการเวลาที่ไม่หยุดนิ่ง จากปัจจุบัน ไปสู่อดีต ปัจจุบันคืบคลานลดเลื้อยไปอนาคต เขมือบกินไม่หยุดซึ่งกาลเวลา แม่บุญยังมองไปอนาคต ที่อดจะห่วงอีกา ลูกสุดที่รักไม่ได้ แต่ในใจได้แต่พร่ำบอก ยึดธรรมประจำใจ ครองสติให้มั่น ครองปัจจุบันให้หนัก ครองใจให้รู้เท่าทัน จนเกิดสมาธิก่อให้กำเนิดเกิดปัญญา แต่อย่างไรก็ตาม แม่บุญยังก็อดที่จะห่วงใยในอนาคตที่คืบคลานมาสู่ปัจจุบันไม่ได้ จากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปี จากอีกา แบเบาะ สู่วัยคืบคลาน ย่างเดินโต่ะแตะ วิ่งล้มคลุกคลาน ก้าวเป็นเด็กเต็มวัย ขณะเดียวกัน แม่บุญยังจากสาวเต็มวัย ย่างเข้าสู่สาววัยครึ่งชีวิต ได้แต่มองอีกา อย่างอาวรณ์

ลูกจ๋า ลูกโตขึ้นจะเป็นอะไรหรือลูก หนูอยากเป็นชาวสวนอย่างแม่ครับ ทำไมถึงอยากเป็นชาวสวนเหมือนแม่ล่ะลูก ไม่อยากเป็นหมอ ครู ทหาร วิศวกร หรือ หนูคิดว่า สวนผักของแม่ คือสร้างชีวิตหนู สร้างเรือนร่างของหนู และได้ช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่ได้กินอาหารดี ๆ ปลอดภัย ปลอดโรค ครับแม่ แม้ไม่ได้เงินทองเป็นกอบเป็นกำ ไม่มีโทรทัศน์ ไม่มีโทรศัพท์ แต่หนูก็อยู่กับแม่บุญยังอย่างมีความสุข และหนูเชื่อว่า ถ้าหนูมีครอบครัว มีลูก หนูจะไม่ทิ้งลูกเหมือนที่หนูถูกทอดทิ้ง และหนูจะเลี้ยงดูลูกหนู เหมือนที่แม่บุญยังเลี้ยงหนู และหนูเชื่อว่า จะเป็นหลานที่น่ารักเพื่อแม่บุญยังครับ มันเป็นความฝันเรื่องอนาคตที่อดจะปลื้มปิติไม่ได้ ที่แม่บุญยังได้ฟังลูกรักพรรณา

พูดเป็นคุ้งเป็นแควเลยนะ รู้จักคำว่าแฟนแล้วหรือลูก แม่บุญยังพยายามแทรกสอด เรื่องชีวิตคู่ เรื่องเพศศึกษา เพื่อวัยของอีกา จะก้าวไปสู่วัยรุ่น พร้อมจะเติบใหญ่ให้รู้เท่าทันกับวัยที่จะเปลี่ยนไป

ความรักคืออะไร รู้ไหม ขอคิดดูก่อนนะครับแม่ ความรักคือคิดถึงแม่เหมือนที่หนูคิดถึง ความรักคือครูสุวิภาคอยเอาใจใส่ดูแลหนู ความรักคือครูเปี่ยมสุขเอ็นดูเมตตาหนู  แม่บุญยังได้แต่ฟังและเข้าใจดีว่า นี่คือความรักที่อีกาได้รับรู้แบบง่าย ๆ ความรักที่ดีนะลูก คือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ ความรักเช่นนี้สามารถให้รักได้ไม่มีขอบเขตจำกัด แต่กลับกัน ถ้าเราทำอะไรโดยหวังสิ่งตอบแทน อันนั้นเป็นความรักแบบผิวเผิน เป็นความรักเห็นแก่ตัว เป็นความรักเห็นแก่ตน เมื่อผลที่ได้อย่างที่ใจหวังไว้ ก็เกิดสุขแบบปลอม ๆ ถ้าไม่ได้อย่างที่ใจหวัง ก็จะเป็นทุกข์ใจ แต่ถ้าเรามอบความรักไปโดยไม่ได้หวังว่าจะได้อะไรเป็นการตอบแทน เราจะมีความสุขใจ นี่คือเป็นสุขอย่างแท้ อย่างนี้เป็นสุขจริง ๆ และเราต้องมีความสุขเมื่อคนที่เรารักมีความสุข

แม่บุญยัง รู้ดีพูดเรื่องราวเช่นนี้ อีกา ยากที่จะเข้าใจได้ในเวลาทันด่วนทันใจ ต้องใช้เวลา แต่อย่างน้อยเป็นข้อมูลให้ผ่านลำหูทั้งสองข้างของอีกา แค่นี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว เพื่ออนาคตข้างหน้า อีกาได้ขุดคุ้ยสิ่งที่ได้ยินมาเป็นพื้นฐานในการขบคิด เพื่อวัยเข้าไปสู่วัยอันควร

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 31

แม่บุญยังเก็บผักในสวนหลากหลายชนิด ทั้งยอด ทั้งใบ ทั้งผล ทั้งดอก ทั้งหน่อ เก็บได้กองใหญ่ใส่ตะกร้าพร้อมเดินทางไปตลาด ใส่บนรถเข็น ลากจูงด้วยกำลังหลักคือ พี่เบิ้ม พี่เบิ้มเดินไปเพียงแค่ดมด้วยจมูกก็ไปถึงตลาดได้ด้วยความเคยชิน ไปถึงแต่เช้ามืด ผู้คนมาเพียงเล็กน้อย แม่ค้า พ่อค้า ต่างวางเป็นตอน ๆ เป็นแถว ๆ อย่างเป็นระเบียบ อีกาจะมากับแม่เพื่อขายผักจากสวน บ่อยครั้งคราวไม่ได้ไปโรงเรียน ด้วยเหตุผลวันหยุด ผักของแม่บุญยัง เป็นที่รู้จักของลูกค้าในหมู่บ้านนี้มาก โดยเฉพาะ ข้าราชการในตำบลนี้ จะมาจับจ่ายพืชที่ไร้สารเคมีจริง ๆ ชนิด ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ไม่ได้แตะแม้แต่ชายตา

สวัสดีครับคุณครู อ้าว อีกา สวัสดีครับ ครูบุญยัง สวัสดีค่ะ ครูใหญ่ ผมขอซื้อผักเข้าครัวหน่อยนะครับ ครูเปี่ยมสุข หยิบใส่หยิบใส่ มากกว่า คนเดียวจะกินหมด ด้วยเหตุผลต้องการอุดหนุนช่วยเหลือ ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ 50 บาทค่ะ ไม่ต้องทอนนะครูบุญยัง ไม่ได้หรอกค่ะ ครูใหญ่ ทอน 50 บาทค่ะ ฟ้าเริ่มสว่าง คนก็เริมมาจับจ่ายกันมากขึ้น และที่สำคัญไปกว่านั้น แม่บุญยังจะเป็นหมอปราชญ์ชาวบ้านไปในตัว เป็นรายของแถม เมื่อใครเป็นหวัด แม่บุญยังก็จะแนะนำให้กินผักตามนี้ กินมาก ๆ ดื่มน้ำบ่อย ๆ ห้ามกินของมัน ของเย็น พักผ่นอมาก ๆ คนที่เป็นมะเร็ง ก็ต้องกินผักเหล่านี้ จัดเป็นพวก ๆ จนเป็นเรื่องขึ้นชื่อว่ามาตลาดแล้วได้มาหาหมอวิถีธรรมชาติติดไม้ติดสมองไปด้วย หลายคนจะเป็นลูกค้าประจำ ไม่ว่าเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคเลือดจาง โรคภูมิแพ้ แม่บุญยังจะจัดผักเป็นคน ๆ ที่สั่งเอาไว้ โดยคนเหล่านนั้นไม่ต้องไปพึ่งยาสารเคมีใด ๆ และที่สำคัญอีกประการคือการรักษาด้วยจิต ควบคู่กันไป โดยการทำสมาธิ ซึ่งหลาย ๆ คนคิดว่า กสนทำสมาธิต้องนั่งหลับตา เหมือนนั่งเข้าญาณ แต่แม่บุญยังจะสอนให้การที่ใจไม่ฟุ้งซ่านเป็นอันดับเบื้องต้น เพื่อเพิ่มพลังให้จิตสงบไม่ฟุ้งพุ่งซ่านกระเซ็น เมื่อเบื้องต้นผ่านแล้ว การกำหนดจิต ที่คิดว่าไม่สบายไปที่จุดนั้น ๆ โดยกำหนดเป็นแสงใส ๆ ขาว ๆ สว่าง ๆ นี่คือหลักการรักษาโดยวิธีธรรมชาติ

วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 30

พ่อครับ แม่ครับ อะไรหรือลูก พ่อชื่ออะไรครับ แม่ชื่ออะไรครับ ถ้าหนูเติบใหญ่ หนูจะได้ตอบแทนทดแทนคุณที่ พ่อ แม่ ทำให้หนูลืมตาดูโลกได้ครับ พ่อครับ พ่อครับ พ่อครับ แม่ครับ แม่ครับ แม่ครับ แม่บุญยังรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร ได้แต่เพียงโอบกอดและลูบหลังให้อีกา ทุก ๆ คืนที่อีกาละเมอ พร่ำเพ้อ แถมด้วยน้ำลายยืดของอีกา พอมีกลิ่นเหม็น ๆ

แม่ครับ เมื่อคืนหนูฝันถึง พ่อ แม่ ที่ให้กำเนิดหนูมาครับแม่ หนูมีความรู้สึกว่า หนูเคยเจอพ่อ แม่ หนูมาแล้ว หนูมีความรู้สึกเช่นนั้น และหนูเชื่อว่า หนูได้พูดคุยกันอย่างสนิทมาก่อน และ พ่อ แม่ หนูรู้ด้วยว่า หนูอยู่ที่ไหน อย่างไร แต่เขาไม่ยอมมาหาหนู ไม่ยอมเปิดเผยตัว แม่บุญยังได้แต่โอบกอดและ ปลอบโยนอีกาอย่างเคย ลูกเอ๋ย โลกของเรา ชีวิตของเรา บางครั้งมันดูเหมือนสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนยากจะเข้าใจ แต่ถ้าใจปลูกแน่นด้วยธรรมประจำใจ ก็จะเข้าใจว่า โลกนี้มีเรื่องง่าย ๆ เข้าใจได้แบบง่าย ๆ โดยไม่ต้องใส่สูตร บวก ลบ คูณ หาร ให้เมื่อยสมอง

อนาคตข้างหน้า แม่คิดว่า หนูจะได้เจอ พ่อ แม่ หนูไหมครับ ยากจะเดานะลูก มันเกิดอะไรได้สารพัดที่จะเกิดขึ้นได้ บางครั้งเราคาดหวังว่าจะเกิด แต่ก็ไม่เกิด แต่ถ้าคาดหวังไม่เกิด มันก็เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าฝึกสมาธิขั้นสูงขึ้นไประดับหนึ่ง ซึ่งจะวัดเป็นตัวเลขไม่ได้ หรือจะบอกว่า ระดับชั้นประถมชั้นที่เท่าใด หรือ มัธยม หรือมหาวิทยาลัย ชั้นใด ปีใด แต่จะล่วงรู้อนาคตได้ หรือครับแม่ ใช่จ่ะ

อีกา ได้แต่มองฟ้า มองดิน มองรอบ ๆ เหมือนโลกนี้มันอ้างว้างสุดกำลัง เหมือนความมืดมาบดบังแสงดวงอาทิตย์ไม่ให้สาดส่องแสง แม่ครับ ชีวิตคนเราเกิดมาเพื่ออะไรหรือครับแม่ แม่ได้แต่มองแววตาลูก แม่บุญยังรับรู้ได้ดีว่า อีกา ลูกสุดที่รักมีความรู้สึกก้นลึกของหัวใจเป็นอย่างไร แม้แม่บุญยังจะเอาความรักที่มีทั้งชีวิตมอบให้ อีกา ทั้งหมดของดวงใจแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่อาจลบล้างสัญชาตญาณการถูกทอดทิ้งกลางพงหญ้าในวัยแรกเกิดไม่ได้ แม้ดูเหมือนเด็กเกิดแค่วันแรก จะไม่รู้สึกรู้สาอะไรก็ตาม แต่ภาพแต่ละภาพ ช็อตแต่ละช็อตแต่ละภาพ ล้วนถูกบันทึกตราตรึงขึงพืดตรงใจกลางสมอง ยากจะควักล้วงดึงกระชากให้ออกทิ้งได้โดยง่าย รอเพียงกาลเวลาสะสมความรู้ทางปัญญาเข้าหยั่งถึงก้นบึ้งของสมอง ที่จะไปลบล้างเข้าใจถึงชีวิจแท้จริงมันคืออะไร มันยากที่จะอธิบายให้ อีกา รู้เหมือน 1 + 1 เท่ากับ 2 ได้

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 29

อีกาครับ ช่วยแม่ปล่อยน้ำออกจากนาหน่อยนะลูก ครับแม่ นาข้าวของแม่บุญยังปลูกข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 เป็นข้าวเจ้าหอม ผลผลิตต่อไร่สูงกว่า ข้าวหอมมะลิ 105 ปลูกโดยใช้วิธีโยนต้นกล้า แทนการปักชำให้ขบเมื่อยหลังเมื่อยกำลังคนและเมื่อยพลังงาน ที่สำคัญประหยัดเวลา และการปลูกข้าวถ้านึกภาพสมัยก่อน จะมีน้ำขังเจิ่งนอกท่วม ๆ โคนต้นข้าว แต่วิธีแบบใหม่ ทำให้ดินเพียงชุ่ม ๆ น้ำเท่านั้นเพื่อกันโรคหมักหมม และที่สำคัญฟางข้าว แม่บุญยังจะไม่เอาไปทิ้งที่ไหน แต่จะเอาฟางข้าว เศษของผลผลิตข้าว จะเอามาทิ้งในนาข้าว เพื่อเป็นปุ๋ยถูกทิศถูกทางเต็มร้อย แน่นอนจำเป็นต้องเติมพวกจุรินทรีย์ต่าง ๆ โดยเอามาจากน้ำหมักชีวภาพที่หมักได้ที่ ส่วนใยแมงมุม ปล่อยให้กางค้างฟ้าค้างแผ่นดินเอาไว้ เพื่อกักกันเกาะเกี่ยวจับยึดแมลงต่าง ๆ แน่นอนแมลงที่เป็นประโยชน์อาจถูกประหารไปบ้าง แต่แมลงที่เป็นภัยจะถูกใยแมงมุมเป็นรั้วกักกันโดยธรรมชาติ นี่คือธรรมชาติที่ได้วางแบบแผนของโลกไว้ดีพอเหมาะพอเจาะอย่างดีอยู่แล้ว แต่ด้วยความคิดที่แปลกคน ชอบอวดตนเป็นผู้ที่ชาญฉลาดคาดหวังว่า จะเอาชนะธรรมชาติได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีทางเอาชนะได้เลย

อีกาชอบทุ่งเขียวขจีของนาข้าวอย่างมาก เพราะเป็นภาพงามตา งามใจ แม้อีกาจะเห็นมาตั้งแต่พอลืมตามองโลกก็ตาม แต่สิ่งเหล่านี้เป็นภาพที่ฝังอยู่ ไม่แตกต่างคลื่นทะเลม้วนเกลียวเลี้ยวลดซัดสาด เพราะยอดข้าวที่ไหวเอนพักพริ้วเอนโอนแวกว่ายร่ายรำตามสายลมที่พัดโบกสบัดลัดเลาะงามยิ่ง พืชสวนของแม่ไม่เป็นโรคเจ็บไข้ จริง ๆ พืชก็ไม่แตกต่างจาก คนอย่างเรา ๆ มากนักหรอกนะ ถ้าร่างกายของเราแข็งแรง ก็จะปลอดโรค เพราะฉะนั้น ทำอย่างไรให้ ต้นพืชของแม่ ให้มันแข็งแรงโดยธรรมชาติ ให้ธรรมชาติช่วยโดยธรรมชาติ เป็นวิธีดีที่สุด ไม่หลงทิศหลงทาง ปัจจุบันการพัฒนาของคน ที่อวดฉลาด คิดว่าเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตใด ๆ มักจะฝืนธรรมชาติ มักจะเอาธรรมชาติมาปรุงแต่งผิดแปลกแตกแนวเกินความจริงที่ควรจะเป็น จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่โรคมะเร็ง เป็นโรคอันดับต้น ๆ ที่ คำที่อวดเรียกว่า มนุษย์ เต็มใจที่จะเป็นกันโดยไม่รู้ตัว ก็ด้วยฝีมือของ มนุษย์นี่แหละ ต่างทุ่มเทราดรดปัดเป่าพ่นสาดยาฆ่าแมลง สารเคมีสารพัดชนิด ท้ายที่สุดสิ่งเหล่านี้ก็หวนกลับคืนมาสู่มนุษย์นั่นแหละ รวมถึงผลเสียต่อธรรมชาติด้วย เท่ากับเป็นการทำลายโลกทั้งโลก อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่ง

แม่ครับ แต่ว่า โรงเรียนของหนู ยกเว้นใช่ไหมครับ ที่โรงเรียนของหนู เป็นมนุษย์เต็มร้อยนะครับ เพราะโรงเรียนของหนู รักษ์ธรรมชาติ ปลูกผักตามธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมีทุก ๆ ชนิด ด้วยเพราะ ครูบุญยัง ใช่ไหมครับแม่ แม่บุญยังได้แต่มองลูกรัก ด้วยรอยยิ้มที่อิ่มสุขอิ่มใจ

แม่ครับ หนูถือว่า หนูโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นลูกของแม่ นะครับ น้ำตาของแม่บุญยังหยดโดยไม่ได้ตั้งใจและ ไม่รู้ตัว

วันอังคารที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 28

แม่ครับหนูช่วยซักนะแม่ แม่บุญยังยิ้มตอบรับ แทนเสียงคำพูด พร้อมแววตาอิ่มเอิบด้วยน้ำหล่อเลี้ยง ซักผ้าเพื่อให้ผ้าสะอาด อาบน้ำหรือซับน้ำหรือเช็ดตัว เพื่อให้ร่างกายสะอาด ฝึกศีล ฝึกสมาธิ เพื่อล้างชำระใจให้สะอาด สำหรับเรื่องซักผ้า อาบน้ำ เช็ดตัว อันนี้อีกา เข้าใจได้มองเห็น แต่พอพูดถึงศีล อีกานึกภาพยากวาดภาพลำบากว่าสีอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ อีกา รู้เพียงว่า ชีวิตใคร ๆ ก็รัก พี่เบิ้มก็รักชีวิตหวงแหนชีวิต หมู ไก่ ยุง มด ไส้เดือน แมงมุม นก ล้วนรักชีวิตเหมือน ๆ ที่ใครทำให้ แม่บุญยังบาดเจ็บ อีกาก็อดที่จะเจ็บปวดไม่ได้ ส่วนตัวอีกา ก็หวงแหนรักชีวิตตนเองเช่นกัน แต่พวกพืชผัก จะหวงแหนรักชีวิตตนเองด้วยหรือไม่ มันเป็นคำถามอยู่ในใจ

แม่ครับ แล้วพวกแมลงที่มาขบกินแทะเล็มพืชผักในสวน ถือว่า แมลงเหล่านั้นลักขโมยของของเราหรือเปล่าครับ แมลงถือว่าทำผิดศีลข้อสี่ไหมครับ ผิดมันก็ผิดนะลูก แต่ว่าแมลงเหล่านี้มันกินแค่พอประทังชีวิตของมันนะลูก ถือเสียว่าทำบุญแบ่งปัน ตราบใดที่เราปลูกผักให้เกินพอ แข็งแรง อวบอิ่ม โดยธรรมชาติมันจะปรับตัวให้สมดุลเอง โดยเราไม่จำเป็นต้องไปเข่นฆ่าอย่างที่สวนอื่น ๆ เขาฉีดยาฆ่าแมลง ยาฆ่าแมลงไม่ใช่มันฆ่าเฉพาะแมลงที่เป็นโทษ ที่มาลักขโมยเท่านั้นนะลูก มันฆ่าทุก ๆ ชีวิตในสวนนั้น ซึ่งแมลงที่เป็นประโยชน์ ไม่ว่า แมงมุม งู สัตว์เหล่านี้จะควบคุมระบบธรรมชาติโดยธรรมชาติ แต่ยาฆ่าแมลงไปทำลายล้างราบคาบ ไม่เฉพาะราบคาบแมลง หรือ แมง หรือ สัตว์ต่าง ๆ เท่านั้น รวมถึงคนด้วย แต่ที่มันไปทำลายยิ่งไปกว่านั้นคือทำลายธรรมชาติ ทำลายระบบธรรมชาติ เมื่อธรรมชาติราบคาบ ทุก ๆ อย่างบนโลกก็ราบคาบเช่นกัน บางสวนยังไม่พอฉีดยาฆ่าพืชอีกต่างหาก ยาฆ่าหญ้า ตัวนี้มันร้ายเหนือร้าย ร้ายจนร้ายเหลือ ถ้าใครไปฉีดแล้วฝนตกยาก็จะปะปนกับน้ำ ถ้าเท้าเป็นแผล เมื่อแผลโดนยาฆ่าหญ้าที่ปะปนมากับน้ำ ไม่เกิน เจ็ดวันตายไม่รู้สาเหตุเลยทีเดียว

ธรรมชาติ ต้องอยู่อย่างธรรมชาติ ธรรมชาติจึงจะอยู่อย่างยั่งยืนได้ ไม่เช่นนั้น ถ้าเราไปทำลายธรรมชาติ ก็เท่ากับเราทำลายล้างตัวเราเอง อันนี้เป็นสิ่งที่น่าวิตกกังวลมาก นี่แหละที่ คนมักหลงละเมอเพ้อพกว่า เป็นสัตว์ประเสริฐ ที่เรียกว่า มนุษย์ จริง ๆ ส่วนใหญ่ เป็นคนในคราบมนุษย์ต่างหาก อีกาได้แต่ฟังแม่บุญยังพูด อีกาทำได้แต่ปากหวอหวอ เหวอเหวอ งงงง งวยงวย

ถ้าเช่นนั้น แม่บุญยัง เป็นมนุษย์ในคราบมนุษย์สิแม่ แม่บุญยังได้แต่เอามือ เขย่าหัวอีกา เบา ๆ และต่างขำกันเอิ๊ก ๆ ๆ ส่วนพี่เบิ้มได้แต่มองตามเสียง หาได้ร่วมวงขำขันล้อมร่วมวงใด ๆ ปากง่วนกับยอดหญ้าอ่อนโดยไม่รู้ภาษาขำของมนุษย์ใด ๆ

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 27

ขณะนี้เวลา ห้านาฬิกา ห้าสิบเก้านาที ห้าสิบแปดวินาที ขณะนี้เวลา ห้านาฬิกา ห้าสิบเก้านาที ห้าสิบเก้าวินาที ขณะนี้เวลา หกนาฬิกา ศูนย์นาที ศูนย์วินาที นี่คือเสียงจากวิทยุเครื่องเล็ก ๆ พอเหมาะพอเจาะกับกระท่อมน้อย ๆ สองแม่ลูก กับควายหนึ่งตัว ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้าน แม่บุญยังและอีกา จะฟังข่าวทุก ๆ เช้า เพื่อให้รับรู้บ้างว่า โลกภายนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง ซึ่งรวม ๆ ทุก ๆ วันเนื้อข่าวจะเป็นเรื่องร้ายมากกว่าเรื่องดี เรื่องลบมากกว่าเรื่องบวก เรื่องคนทำดีที่จะเอามาโฆษณากล่าวฟังเพื่อให้สังคมเกิดการแข่งขันกันทำดี น้อยเต็มที ที่พอพูดอยู่บ้าง แท็กซี่ผู้ใจดีพบเจอเงิน สองแสนบาทที่ผู้โดยสารลืมไว้ เอาส่งคืนเจ้าของ หรือ สองตำรวจสายตรวจ แปลงร่างเป็นหมอตำแยทำคลอดแม่ใกล้คลอดจนคลอดคามือหมอในชุดเครื่องแบบตำรวจสายตรวจ คุณตำรวจครับ ได้เรียนหมอตำแยมาจากไหนหรือ นักข่าวถาม ทางกรมตำรวจเคยอบรมเพียงครั้งสองครั้งเท่านั้นครับ แล้วเมื่อถึงคราวทำคลอดจริง ๆ ก็ใช้สัญชาตญาณตามธรรมชาติ เพราะการคลอดมันเป็นวิถีของธรรมชาติที่คลอดได้อยู่แล้ว เพียงแต่คำว่ามนุษย์ ด้วยความกลัวหลากหลายเรื่องที่จินตนาการ ก็จะเตรียมเรื่องราวมากความด้วยความกลัว แล้วบ่มเพาะใจมนุษย์ด้วยกัน เพื่อป้องกัน กันไว้เพื่อความไม่ประมาท โดยเนื้อแท้จริงแล้ว มันเป็นไปตามธรรมชาติทั้งสิ้น ยกเว้นที่มีข่าวตำรวจอวดแบ่งรีดไถ ที่ไม่เกี่ยวกับแม่แบ่งอัดรีดเค้นบีบรัดให้ลูกเลื่อนโผล่ออกมามองโลกใด ๆ ผู้สื่อข่าว เกิดอาการมึนงงกับคำพูดตำรวจเล็กน้อย จึงได้ถามกับตำรวจเพียงคำถามเดียว

น้ำท่วมดินโคลนถล่ม พายุกระหน่ำ แผ่นดินไหวเมืองทลาย สึนามิคลื่นยักถาโถมคนตายเรือนแสน นี่คือรายงานข่าวถี่บ่อยครั้งหลากสถาณที่หลากเวลา หลากประเทศ หลากเชื้อชาติ แม่บุญยังฟังแล้วได้แต่มองสวนผักที่อวบอิ่มเอิม แม่ครับ ทำไมโลกนี้น่ากลัวจังครับแม่ มีแต่เรื่องร้าย ๆ น้ำจะท่วมบ้านเราบ้างไหม น้ำท่วมดีกว่าไม่มีน้ำเลยนะลูก นี่คือมุมมองของแม่บุญยังที่มองโลกด้านบวกมากกว่าที่จะไปมองด้านลบให้เกินด้านบวก แม่บุญยังรู้ดี สรรพสิ่งในโลกนี้ ที่ธรรมชาติปลูกแต่งปลูกเพิ่มปลูกเติมล้วนมีทั้งด้านบอกและลบเสมอ เพียงแต่ คำที่เรียกว่ามนุษย์ สัตว์แสนประเสริฐ จะจินตนาการเอาด้านใดมาขัดเกลาสมองของตนเอง ถ้ามีวัตถุประสงค์ให้สมองเครียดมาก ๆ ก็หัดมองด้านลบมาก ๆ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ กันความผิดหวัง แต่ถ้าจะมองจินตนาการด้านบวกมาก ๆ วัตถุประสงค์ให้สมองได้รับรองความเครียดไว้นั้น ย่อมผิดหวัง

ลูกจ๋า ธรรมชาติมาก่อนคน หรือ คนมาก่อนธรรมชาติ หรือลูก ผมขอคิดก่อนนะครับแม่ แล้วมันจะเหมือน ไก่เกิดก่อนไข่ หรือ ไข่เกิดก่อนไก่ หรือเปล่าแม่ แม่บุญยังยิ้ม ๆ ไก่ต้องเกิดก่อนไข่สิลูก ส่วนไก่มาจากไหนในระยะเริ่มแรก ก็มาจากเผ่าพันธุ์สัตว์สิ่งมีชีวิตตัวเดียวกัน เมื่อเวลาเปลี่ยนไป สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป ก็แตกหน่อเผ่าพันธุ์หลากหลายหน้าตามากขึ้นตามพัฒนาการเพื่อความอยู่รอด เมื่อก่อน ไก่อาจจะเป็นนกก็ได้ เมื่ออยู่ ๆ ไปการพัฒนาการให้เป็นรูปร่างของไก่ ตกทอดจากรุ่นไปสู่รุ่นที่ใหม่กว่า แปลกตากว่าเดิม จึงไม่แปลก วัวกับควาย จะมีอะไรหลายต่อหลายอย่างคล้ายกัน และไม่แปลกที่ ฝรั่งผมทอง ไทยผมดำ จะมีนิ้วเท้าข้างละ ห้านิ้ว มีตาสองตา มีหูสองหู ผู้ชายมีไข่ ผู้หญิงมีจิ๋ม แสดงว่า ไก่เกิดก่อนไข่สิแม่ ใช่จ่ะ และ ธรรมชาติก็ต้องมาก่อนคนสิแม่ ถูกต้องจ่ะ เพราะฉะนั้น คนในคราบมนุษย์จำเป็นต้องปรับตัวเข้าหาธรรมชาติ หรือ ธรรมชาติต้องปรับตัวเข้าหาคน อีกางง ไม่อาจจะเลือกได้ว่า อย่างไร เหมือน ไก่หรือไข่ใครเกิดก่อนกันเสียแล้ว แม่บุญยังอธิบายต่อ และเชื่อว่า อีกายากจะเข้าใจได้ภายในห้านาที หรือภายในวันสองวัน แต่จะเป็นพื้นให้สมองของอีกา ได้ระบายวาดภาพในสมองเก็บเอาไว้ เพื่อให้ถึงเวลา เวลาจะขุดคุ้ยสิ่งที่ฝังในสมองเอาออกมาขยับขยายให้เกิดการรู้แจ้งในโอกาสต่อไป

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 26

ฟ้าคล้อยลมตก พระอาทิตย์หยดย้อยเยื้องย่างหย่อนยวบเรื่อย ๆเอื่อย ๆ สองแม่ลูกนั่งปลายทุ่ง มอง พี่เบิ้มกินหญ้า เหลียวมอง สองแม่ลูกเป็นบางครา ลูกจ๋า ลูกรู้ไหม น้ำนมที่ลูกดื่มกิน ที่ยังเด็ก ๆ น้อย ๆ ลูกดื่มน้ำนมชนิดเดียวกันกับ แม่ของพี่เบิ้มนะลูก แม่พี่เบิ้มเป็นควายเพศเมีย หลังจาก แม่พี่เบิ้มเกิดพี่เบิ้มไม่เกิน 7 วัน หนูก็ลืมตาเห็นโลก พร้อม ๆ กับแม่เห็นหนู ทุก ๆ เช้าแม่จะขอแบ่งน้ำนมจากแม่พี่เบิ้ม พี่เบิ้มก็ไม่ได้งอแงหวงแหนใด ๆ พอแม่นวดเคล้าคลำคลึงเต้าของแม่พี่เบิ้ม พี่เบิ้มจะรู้โดยบังเอิญหรืออย่างไร แม่คาดเดาไม่ถูก แต่พี่เบิ้มจะถอย มองอยู่ห่าง ๆ จนกว่าแม่จะรีดรัดเต้า จนได้นมมาพอให้ลูกดื่มดูด พี่เบิ้มจึงจะไปดูดดันขบนมแม่ต่อ พี่เบิ้มจะทำเช่นนี้เสมอ เพื่อแบ่งปันน้ำนมให้ลูกได้เติบใหญ่ และที่ขาดไม่ได้ แม่จะคั้นน้ำจากพืชสด ๆ ให้ลูกดื่มเสมอ บางครั้งก็ให้ดื่มน้ำมะพร้าว น้ำมะพร้าว มีหลายลักษณะตามวัยอายุของผลมะพร้าว ถ้าลูกยังอ่อน มีเนื้อน้อย ๆ โดยดูขั้วที่ผลมะพร้าวสีขาว แสดงว่ายังอ่อนมีเนื้อเล็กน้อย วัยนี้เป็นผลมะพร้าวนำมาเพื่อดื่มน้ำอย่างเดียว แต่สิ่งที่ได้มีวิตามินซีสูงมาก ส่วนถ้าระยะต่อมา ขั้วมะพร้าวเริ่มเขียวแต่เขย่าไม่มีเสียงคลุกคลิกของน้ำมะพร้าวภายใน อันนี้เหมาะกินเนื้อมะพร้าว ส่วนน้ำมะพร้าววิตามินซีน้อยลง สิ่งเหล่านี้คือเครื่องบำรุงบำเรอลูกเมื่อครั้งยังเด็กเล็ก ๆ ฝนจะตก ฟ้าจะร้อง ลูกไม่เคยเจ็บป่วยใด ๆ เพราะฉะนั้น พี่เบิ้มและหนู ต่างดื่มกินสายเลือดเดียวกันนะลูก ครับแม่ อีกา ก็มองพี่เบิ้มด้วยสายใยรัก

ไม่นานนักพอ อีกา ตั้งไข่เริ่มคลานจะก้าวเดิน แม่พี่เบิ้มก็สิ้นใจ เหมือนแม่พี่เบิ้มตั้งใจคั้นน้ำนมแบ่งปันให้อีกา ยังไงยังงั้น ขณะเล่าจนจบ เดินกลับบ้านเรือนรักที่สองแม่ลูกพักกายนอน ได้ผักพอที่จะกินกันมื้อค่ำ มีผักบุ้งจีน ผักมังกรหยก ถั่วพลู ถั่วฝักยาวม่วง มะเขือเทศ ขิงอ่อน ฟ้าทะลายโจร ใบชะพลูหรือใบช้าพลู ใบคาวตองหรือใบพลูคาว อ่อมแซบหรือเบญจรงค์ แปะตำปึงหรือจักรนารายณ์ มะละกอสุก กล้วยหอม แก้วมังกร  และแน่นอนมี ฟักแฟงอ่อนต้ม ฟักทองต้ม มะเขือยาวต้ม ถั่วต้ม ข้าวซ้อมมือต้ม ซึ่งผักพืชผลเหล่านี้สารเคมีหมดสิทธิ์ที่จะเฉียดเฉี่ยว เพราะยาไล่แมลง ปุ๋ยบำรุงพืช ล้วนมาจากธรรมชาติทั้งหมด นี่คืออาหารของผู้ไร้เงิน แต่ไม่ไร้หนทางของชีวิตที่ทรงคุณค่าคุณประโยชน์ ขณะเดียวกัน อาหารผู้มีอันจะกิน หรือไม่มีแต่ต้องการจะกิน การปรุงแต่งเลิศรสอาหารให้ถูกปาก แค่นี้ก็แฝงยาพิษไว้กลืนกินโดยไม่รู้ตัว แถมพึงพอใจจะกินยาพิษเหล่านั้นเสียด้วย โดยไม่รู้เท่าทัน

หลายคราที่เพื่อนบ้าน ป่วย แม่บุญยัง จะแนะนำให้เพื่อนบ้านมากินอย่างแม่บุญยังที่กินเป็นประจำ บางคนก็เชื่อ และบางคนก็ไม่เชื่อ แต่รายใด คนใด เชื่ออย่างที่แม่บุญยังแนะนำพูดคุย จะหายเร็ววันโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงยาเคมีใด ๆ ทั้งสิ้น บางคนแต่ยังน้อยรายอยู่ที่หันมาปลูกพืช กินอาหาร เฉกเช่นแบบเดียวกันกับ แม่บุญยัง แต่แม่บุญยังมิได้ย่อท้อ ที่จะทำเป็นผู้ให้มากกว่าที่จะเป็นผู้รับเสมอ

แม่บุญยังมักจะบอกอีกาเสมอ การช่วยเพื่อนให้พ้นทุกข์หายทุกข์ โดยไม่คำนึงสิ่งตอบแทนใด ๆ คือการเพิ่มสุขให้ตัวเองไม่รู้ตัวนะลูก และเป็นสุขที่บริสุทธิ์ ยั่งยืน จึงไม่แปลกที่แม่บุญยังจะแนะนำ ช่วยเหลือ เพื่อนมนุษย์ด้วยกันเสมอ แม้บางคนจะกล่าวหาว่า แม่บุญยังไม่สมประกอบ กินอะไรไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไปกินก็ตาม แม่บุญยังก็ไม่ได้โต้ตอบโต้เถียงใด ๆ แม้กระทั่งเรื่องเกา ๆ คัน ๆ โรคผิวหนังต่าง ๆ ไม่ว่ากากเกลี้อน เวลาอาบน้ำหรือซับน้ำ ให้เอาสบู่ธรรมดา ไม่จำเป็นต้องเป็นสบู่ที่แสนแพง มาฟอก ที่บริเวณที่เป็น แล้วล้างให้สะอาด สามครั้ง ไม่เกิน 15 วันจะหายหดโดยไม่ต้องไปซื้อยูกยาใด ๆ หรือแม้กระทั่ง เป็นหวัด มีน้ำมูก ไออักเสบ จำเป็นต้องงดของมัน ของเย็น ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยดูน้ำปัสสาวะ เหลืองหรือไม่ถ้าเหลืองแสดงว่าดื่มน้ำน้อย และที่สำคัญสิ่งที่เข้าปากต้องสะอาด นี่คือเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ที่แม่บุญยังแนะนำกับชาวบ้านเสมอ

วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 25

พ่อ พ่อ พ่อ นี่คือคำละเมอพร่ำเพ้อยามหลับไหลของอีกา ข้างกายมีเพียง แม่บุญยัง ที่อิงแนบอีกา ในบางคราก็เป็นหมอนข้างให้อีกา ได้กอดรัดยามอีกาละเมอ แม่บุญยังสลึมสลือมือโอบกอดลูบหลังอีกา อย่างที่ทำบ่อยครั้ง โดยไม่ต้องปลุกสอบถาม อีกาเป็นอะไร นานมากแล้วที่อีกา เป็นเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่อีกา ไม่รู้เลยว่า หน้าตา พ่อ และ แม่ที่ทำให้เกิดตัวตนของอีกามานั้น คือใคร อยู่ไหน เป็นตายร้ายดีอย่างไร และอีกา ไม่เคยที่จะปริปากถามแม่แม้แต่ครั้งเดียว แต่แม่บุญยังจะบอกอีกา ตั้งแต่พอฟังออกพูดได้แล้วว่า ลูกคือลูกเทวดา ส่งลูกมาให้แม่ แม่ไม่ใช่แม่จริง ๆ ของลูก และแม่ก็ไม่รู้ว่า มนุษษย์ชายหญิงคู่ใด ทำให้ลูกเกิดมา แต่แม่เดาแบบเข้าข้างตนเองแบบไม่มีเหตุผลว่า เทวดาส่งลูกมาให้แม่ และแม่จะไม่รู้สึกว่า การตั้งท้องลำบากเพียงใด การคลอดแบ่งเหงื่อแบ่งน้ำนมให้ลูกนั้นเป็นอย่างไร แต่ที่แม่รู้แน่ ๆ แม่คือแม่ของลูก และลูกคือลูกของแม่ ทุกครั้งที่แม่บุญยังพูดเช่นนี้ จะมองตาดูลูกอย่างเมตตาอารี ถนุถนอมรักทุก ๆ ครั้งไป แน่นอนสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือการโอบกอดลูก ไม่ต่างนกกกไข่ไม่ให้เจ็บไม่ให้ช้ำไม่ให้ใครลุกล้ำกล้ำกายใด ๆ

คราใดที่อีกา ละเมอหาพ่อ อีกามักจะตื่นคลาดเคลื่อนจากเวลาเดิม ถ้าวันไหนที่ต้องไปโรงเรียน แม่บุญยังรู้ดีว่า เช้านี้ต้องไปปลุกอีกาให้ตื่นนอน แต่ช่วงนี้เป็นวันหยุดประจำปีการศึกษา และวันนี้ก็ย่อมเป็นวันหยุด ที่แม่บุญยัง ปล่อยให้อีกาได้นอนเต็มที่ ทุกเช้าที่อีกาตื่นทุก ๆ หกโมงเช้า แต่วันนี้อีกาตื่นเกือบ ๆ เจ็ดโมงเช้า เมื่อคืนผมละเมออีกแล้วหรือแม่ แม่บุญยังได้แต่ยิ้ม ๆ ซึ่งอาการยิ้ม ๆ แบบนี้คือการตอบรับว่าใช่

การอาบน้ำของอีกา ไม่เหมือนคนทั่ว ๆ ไปอาบกัน อีกา จะใช้การซับน้ำ แทนการอาบน้ำ แม่บุญยังสอนให้รู้จักคุณค่า รู้จักคุณประโยชน์ รู้จักประหยัด ใช้ในสิ่งที่ควรใช้ ส่วนเหลือก็อย่าไปกอบโกยให้สูญเปล่า อีกา จะอาบน้ำโดยเอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัวเป็นหลัก เช็ดทุกซอกทุกมุม ไม่ต่างการเช็ดพื้น เช็ดโต๊ะ พยาบาลเช็ดถูให้ผู้ป่วย ซึ่งใช้น้ำไม่เกิน สามขัน ไม่ต้องใช้ผ้าเช็ดตัว และน้ำที่ใช้แล้ว จะเอาไปรดน้ำต้นไม้อีกทอดหนึ่ง แน่นอน แม่บุญยังเป็นคนสอนอีกา ให้ทำเช่นนี้ อีกา คงไม่มีความสามารถพอคิดเองได้ด้วยวัยเยาว์เกินจะคิดได้เอง และแม่บุญยังก็ทำเช่นนี้ อาบเช่นนี้ แต่ถ้าเนื้อตัวเปรอะเปื้อนโคลนดิน ไม่ต่างพื้นที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรก จำเป็นต้องใช้วิธีล้าง การอาบน้ำยากที่จะใช้วิธีเช็ดถูจะสะอาดได้โดยง่าย ก็ต้องใช้วิธีล้างตัว แทนการเช็ดตัว

ลูกเอ๋ย ล้างกายแล้ว กายสะอาดแล้ว อย่าลืมล้างใจให้สะอาดด้วยนะลูก ครับแม่

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 24

เสียงเพลงหวาน ผู้คนครึ้กครื้นชื่นมื่น แน่นอนคงไม่ใช้งานศพ ไม่ใช่งานไล่ผีไล่เปรต ไม่ใช่งานสาบส่งฆาตรกรวายร้าย แต่เป็นงานมงคลสมรส แน่นอน งานแต่งงานที่นี่ไม่ได้ใช้บริการ งานเลี้ยงโต๊ะจีน ทั้ง ๆ ที่คนทำทั้งหมดส่วนใหญ่คนไทยแท้ก็ตาม หรือสั่งอาหารจานด่วน โดยกดเลขหมาย สี่ตัว เสียงโขกตำ เสียงสับสับ เสียงฟืนไฟ เสียงหวีดร้องของหมู และไก่ ที่ต้องขึ้นแดนประหารโดยไร้ข้อหาและความผิดทุก ๆ กรณี

สวัสดีจ้า แม่บุญยัง สวัสดีจ้า แม่สวยเสริม ไหว้พระนะ อีกา มาแต่เช้าเลยนะ แม่บุญยัง เอาอะไรมาเยอะแยะนี่ แน่นอนพืชผักที่บ้านแม่บุญยัง เต็มไปด้วยสรรพอาหารชั้นเลิศที่ใคร ๆ มองข้าม มองไม่เห็น สำหรับ แม่บุญยังไม่ได้ช่วยงานแต่งงานด้วยเงินตรา แต่แม่บุญยังจะช่วยด้วยพืชผักทดแทนเงินทอง และแรงกายเข้าครัว ช่วยคนละไม้คนละมือ โดยเจ้าภาพไม่ต้องไปจ้างวานจากที่ใด

เสียงคนึงอื้ออึง เดินขวักไขว่ กลิ่นตะไคร้ กลิ่นพริก กลิ่นหั่นหัวหอม ต่างน้ำมูกน้ำตาไหล ไม่แน่ใจว่า น้ำมูกจะหยดลงอาหารที่ปรุงหรือไม่ แต่ถึงจะเข้าครัวหฤโหด แต่ผู่คนนะที่นี้ไม่หฤโหด แม้จะเจออากาศอบอวนไปด้วยสารพัดกลิ่นเผ็ดจากคั่วพริก กลิ่นฉุนเครื่องเทศน์นานาชนิด กระทะหนึ่ง ไปสู่กระทะ สอง และสี่ อาหารแต่ละอย่างล้วนฝีมือล้วน ๆ โขกสับเครื่องแกง ก็ใช้มือตำ ๆ สับ ๆ ล้วน ๆ ไม่ได้ใช้เครื่องบดโดยใช้ไฟฟ้า หรือ เครื่องอำนวยความสะดวกกายแต่อย่างใด แต่ที่นี่ใช้เครื่องมือสะดวกใจ ใช้ใจทำอย่างละเมียดละไม และที่สำคัญใช้ใจเข้าไปปรุงอาหาร ส่วนเพชฆาต ลงโทษประหาร หมู ไก่ ที่ไม่ได้ถูกหมู่มวลมนุษย์เรียกว่า ฆาตรกร ก็ตาม ยังลอยนวลเหมือนการฆ่าชีวิต เป็นเรื่องปรกติที่ใคร ๆ ก็ทำกัน ส่วน หมู ไก่ จะคิดว่า เป็นเรื่องธรรมดาหรือไม่ อีกา ได้แค่คิดคิด แต่ไม่แน่ใจว่าใช่อย่างที่คิดหรือไม่ อีกา จะไปสอบถามพูดคุยกับ หมู ไก่ ก่อนที่ถูกทิ่มแทง ครั้งแล้วครั้งเล่านั้น อีกา ไม่สามารถเดินเข้าไปใกล้ ๆ ได้ เพราะ แม่บุญยังรู้ดีว่า เป็นภาพที่ อีกาไม่ควรรับรู้ แม้แม่บุญยัง จะเรียกให้ อีกา ไปเล่นที่หน้าบ้านแล้วก็ตาม แต่เด็กกำลังเรียนรู้ สอดรู้สอดเห็น อดใจไม่ได้ที่จะไม่เชื่อฟังแม่สักหนึ่งครั้ง จึงได้ภาพจัดเจนชัดแจ้งตรึงภาพค้างในดวงตาไปอีกนานแสนนาน

แม่ครับ คนเราทำไมต้องแต่งงานกันด้วยครับแม่ แม่บุญยัง นึกคำตอบเล็กน้อย ขณะที่ใจเบื้องหลังการถ่ายทำกำลังคิดถึง คมกริบ อดีตคนรัก แต่ไม่ใช่อดีตความรัก มันเป็นข้อที่พึงปฏิบัติในสังคมไทย เมื่อ คู่ชายหญิง จะมีลูกไว้สืบทอดเผ่าพันธุ์ จำเป็นต้องมีพิธีให้ เพื่อนบ้าน เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องมารับรู้ว่า ชายและหญิง คู่นี้ได้ตกลงปลงใจนอนร่วมเตียงเดียวกันได้แล้ว อ้าว หนูนอนเตียงเดียวกับแม่ ไม่เห็นต้องทำพิธีแบบนี้เลย แม่บุญยังถึงอดกลั้นเสียงขำในลำคอไม่ได้ แม่บุญยังเลยพูดตัดตอนเสีย เพื่อไม่ให้การบรรยายให้คำตอบสำหรับเด็กยังไม่เข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งยังเข้าถึงหนังประเภทผู้ใหญ่รับชมดูกันไม่ได้

สวัสดีค่ะ แม่บุญยัง เป็นเสียงของ แม่พิลัย ภรรยาม่ายของ พ่อคมกริบ ที่เสียชีวิตไปไม่นาน สวัสดีค่ะ แม่พิลัย ทั้งคู่นั่งสนธนากัน อย่างเห็นอกเห็นใจ ในการสูญเสียคนรักคนเดียวกัน แม้ แม่บุญยัง มาก่อน และ แม่พิลัยมาทีหลังก็ตาม แต่แม่บุญยังเชื่อว่า ความรักไม่มีก่อนไม่มีหลัง ความรักไม่มีเวลามาขวางกั้น เพียงแต่ วันหนึ่ง คนที่ตนรัก และยังรักอยู่ แต่งงานกับหญิงอื่นเท่านั้นเอง แต่ความรักของแม่บุญยังที่มีต่อ พ่อคมกริบ ยังมีเหมือนเดิม เพราะฉะนั้น ความรักยังเป็นความรัก อยู่วันยังค่ำและไม่เปลี่ยนแปรเล่นแร่แปรธาตุไปเป็นธาตุความเกลียดชังได้ และแม่บุญยังไม่เคยแม้จะคิดว่า แม่พิลัย แย่งความรักของตนเองไป เพราะความรักของแม่บุญยังอยู่ก้นลึกของหัวใจ ยากที่ใครจะปล้นฉกชิงล้วงควักคลำหาขโมยแยกไปจากดวงใจของแม่บุญยังได้

ความรัก ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการแต่งงานเสมอไป ความรักไม่จำเป็นต้องเคียงคู่กันตลอดไป และความรักไม่จำเป็นต้องเป็นอย่างที่ใจคิดเสมอไป นี่คือคำจารึกที่เก็บไว้ในทรวงอกของแม่บุญยัง เรื่อยมา

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 23

ช่วงเวลาปิดการเรียนประจำปีการศึกษา อีกา อยู่กับ เพื่อน ๆ ผักกว่า แสนชีวิต อยู่กับพี่เบิ้ม และอยู่กับ แม่บุญยังมากกว่า คราไปโรงเรียน ชีวิตรอบข้างของอีกา สภาพแวดล้อมห้อมล้อมด้วยเพื่อนที่แสนดี และเพื่อนที่เป็นคุณ เพื่อน ๆ เหล่านี้ไม่เคยพูดเย้ยหยัน ไม่เคยแสดงกิริยาที่ไม่งามให้ อีกา เกิดความรู้สึกกระแทกกระทุ้งให้หัวใจได้เจ็บช้ำ แต่มีบางคราอีกา พูดคุยกับพี่เบิ้ม แต่พี่เบิ้มทำเฉยเมยไม่สนใจใยดี

ลูกจ๋า รู้ไหมทำไมผักที่สวนผักแม่ และพืชต่าง ๆ ทำไมถึงได้งามอิ่มอวบกว่าผักในระแวกบริเวณนี้เป็นเท่าตัว ทั้ง ๆ แม่ไม่ได้ใส่เครื่องชูกำลัง หรือแม้กระทั่งยาโดปที่นักกีฬาแอบแฝงใช้กัน ต้นไม้พืชผัก ไม่แตกต่างกับการเลี้ยงดูลูกหรอก การเลี้ยงเด็กทารก การเลี้ยงดูอาหารการกิน จะให้เหมือนคนโตก็ย่อมไม่ได้ เด็กทารกอาหารเริ่มต้นคือนมเป็ส่วนใหญ่ สิ่งมีชีวิตที่เป็นพืช ก็มีช่วงวัยของมัน ไม่แตกต่างจากคนมากเท่าใดนัก เพราะฉะนั้น พืชก็จะมีช่วงวัยทารก วัยรุ่น วัยชรา คล้าย ๆ คน พืชพันธุ์ใด มีความต้องการอะไรในช่วงของวัยของมัน ถ้าเราใช้ความเข้าใจ แล้วให้อาหารที่ถูกต้องตามวัยของพืชแต่ละชนิด มันก็จะเจริญงอกงามตา อย่างที่เห็น

เหมือนที่แม่ เข้าใจหนูใช่ไหมครับแม่ แม่บุญยัง รับรู้มากขึ้นว่า อีกา พูดประจบประแจงอย่างชาญฉลาดมากขึ้น แสดงออกถึงวัยกำลังเข้าสู่ก่อนวัยรุ่น ถ้าพูดง่าย ๆ สมองปัญญาเจริญเกินวัย แต่ร่างกายดูแล้วไม่โตเกินวัยใด ๆ เพราะอาหารหลักของอีกา ไม่ใช่เนื้อ นม ไข่ แต่เป็น ผัก ผัก และ ผัก แต่สิ่งเหล่านี้ทดแทนเนื้อ นม ไข่  ได้ดีกว่ามาก ผักที่ว่านี้ รวมถึง ถั่วนานา ๆ พันธุ์ ที่ทุก ๆ มื้อที่อีกา กินข้าวที่บ้าน การหุงข้าวของ แม่บุญยัง จะเต็มไปด้วย ข้าวซ้อมมือส่วนหนึ่ง ถั่วเขียวส่วนหนึ่ง ถั่วลิสงส่วนหนึ่ง ถั่วแดงส่วนหนึ่ง ถั่วเหลืองส่วนหนึ่ง งาดำส่วนหนึ่ง งาขาวส่วนหนึ่ง ฯลฯ อย่างละนิดอย่างละหน่อย นี่คือข้าว เมื่อตักมากินแล้วดูเหมือนไม่ใช่ข้าว แต่คุณค่าทางอาหารเลิศล้ำกว่า มหาเศรษฐีกินเป็นไหน ๆ

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกผิวพันธุ์ ของแม่บุญยัง เต่งและตึงไม่เหี่ยวย่นที่จะบอกได้ว่า อายุ 40 ปี แต่สำหรับ อีกา ผิวพันธุ์ดำขำ ยากจะบอกได้ว่า ผิวจะเต่งตึงหรือไม่อย่างไร แต่ที่แน่ ๆ ที่ใคร ๆ จะทักทายว่า อีกาผอมเหลือเกิน อีกา ก็จะหาแหล่งอ้างอิงด้วยคำว่า หมอ พยาบาล มาตรวจสุขภาพเด็กที่โรงเรียน เขาชมผมว่าแข็งแรงจริง ๆ เลย ปลอดโรคเสียจริง รวมถึง ทั้งปีทั้งชาติ แม่บุญยังและอีกา รวมถึงพี่เบิ้ม รวมถึงพืช ผักทั้งหลาย ไม่เคยเป็นหวัด ไม่เคยเจ็บป่วย แน่นอนที่สุดไม่เคยไปกินยาแพทย์แผนสมัยใหม่อันใดเลย และโรงพยาบาล ล่าสุดที่แม่บุญยังไปนั้น ไปเพื่อเยี่ยมเยือนเพื่อนบ้านที่เจ็บป่วยรักษาตัวอยู่ที่นั่นเท่านั้น

คนสมัยใหม่ ยุคอินเทอร์เน็ตออนไลน์ ยุค สามจี จะไป สี่จี ยุคมือถือ จนคนปัจจุบันนี้กลายเป็นหูถือ ก็ตาม มักจะกินยาเป็นอาหาร แทนที่ จะกินอาหารให้เป็นยา หรือ ป่วยจึงใช้ยาให้หายป่วย แทนที่จะกินยาก่อนป่วย เพื่อไม่ให้ป่วย

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 22

ปิดเทอมเราจะไปเที่ยวกรุงเทพฯ พ่อ แม่ เราสัญญากับเราแล้ว ส่วนเราจะไปเที่ยวทะเลที่ พัทยา นี่คือเสียงเพื่อนในห้องเรียนของอีกา พูดคุยเกทับกัน ไม่ต่างการประมูลงานซัก หนึ่งชิ้น อีกาได้แต่ฟังห่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่ใจคิดถึงราตรี เพื่อนสนิทเพียงคนเดียว ที่ไม่เจอกันเกือบ หนึ่งปีเต็ม อีกาไม่รู้ว่า ราตรี ไปอยู่ที่ไหน ไปเรียนที่โรงเรียนที่ใด รู้เพียงว่า ราตรี ไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกัน ส่วนเรื่องการไปเที่ยวอย่างที่เพื่อน ๆ คุยกันนั้น อีกา แค่ได้เที่ยวสวนผักของตนเองทุก ๆ วัน อีกาได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า สนุกเพลิดเพลินเพียงพอแล้ว และที่เหนือไปกว่านั้น อีกา รู้ดีแม่บุญยัง ไม่มีเงินมากพอจะไปใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ด้วยความห่วงใยและสงสารแม่บุญยังเหลือนับคณา เพียงแค่บางครานั่งคิดนึกใจท่องเที่ยวล่องลอยไปกับลมโชยโบกพัดสบัดโบกยอดผักยอดหญ้ายอดกิ่งไผ่ ปลิวพริ้ว เพียงเท่านี้ อีกาพึงพอใจแล้ว แถมบางคราไปเที่ยววัดอีก แม้จะไปบ่อยแล้วก็ตาม ไม่รู้คำว่าเบื่อ

สวัสดีครับคุณครู ครูสุวิภา น้ำตาคลอเล็กน้อย เอาสองมืออันเบาบาง เอาสองแขนทั้งสองข้างโอมกอดอีกาแผ่วเบา ๆ เป็นเด็กดีนะลูก เมื่ออีกา เดินออกไปจากห้องสอบ ซึ่งเป็นคนออกจากห้องสอบคนสุดท้ายของห้อง ไม่แตกต่างอีกา ที่อดจะคิดถึงผู้มีคุณเอื้ออารีให้ความเอ็นดูไม่ได้  และคนที่อีกาจะไปต้องสวัสดี กราบที่ตักไม่ได้ คือครูเปี่ยมสุข ที่อีกา จะลืมเลือนผู้กรุณาเช่นนี้ไม่ได้

สอบเป็นไงบ้างลูก สบายครับแม่ อีกาตอบอย่างเต็มปากเต็มคำ สวัสดีครับแม่ มีอะไรให้หนูช่วยไหมครับ แม่บุญยังไม่ต้องตอบใด ๆ ได้แต่เผยยิ้มเล็ก ๆ ที่อีกาคุ้นเคยดี วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายแล้วใช่ไหมลูก ครับแม่ หนูอยากไปเที่ยวทะเลไหม อืม ... อีกาไม่เคยได้ยินแม่บุญยังพูดชักชวนไปเที่ยวเช่นนี้มาก่อน ในใจนั้นอีกายิ้มเริงร่าเหมือนกำลังสูดอากาศทะเลเข้าไปเต็มปอด โต้คลื่นลมคลื่นทะเลพริ้วคดลดเลี้ยวถาโถมเทโครมโครมคามคาม โดยไม่จำเป็นต้องคุยเกทับเฉกเช่นเพื่อน ๆ ในห้องพูดคุยกัน แต่อีกา ได้แต่มองหน้าแม่ ไม่ไปดีกว่าครับแม่ พร้อมกับโอบกอดแม่บุญยัง อีกา รู้ดี แม่มีเงินมากน้อยแค่ไหน มีความจำเป็นต้องเก็บเงินเพียงใด และแม่บุญยังก็รู้ดีว่า อีกา ใจนั้นอยากไปเที่ยวบ้างเหมือนเพื่อน ๆ ไปเที่ยว ๆ กัน ทุก ๆ คราเมื่อเปิดเทอมในวันแรก เพื่อนแต่ละคนต่างพูดเสียงค่อนข้างดังโดยเจตนาให้คนรอบ ๆ ข้างได้ยินถนัดถ้อยถนัดคำ ไปเที่ยวที่ใดมาบ้าง ซื้อของเล่นอะไรมาบ้าง แน่นอน อีกา ได้แต่ฟังผ่าน ๆ และมองไปข้างนอกห้อง อย่างโดดเดี่ยว

หนูไม่ไปนะแม่ หนูเที่ยวที่สวนผักที่นี่ มีพี่เบิ้ม แค่นี้ก็พอแล้วครับแม่ และที่สำคัญที่สุด แม่บุญยัง เดี๋ยวนี้พูดเก่งนะเรา สองแม่ลูกต่างขบขำกันเพียงลำพัง ที่ไม่ได้แบ่งปันให้ใคร ๆ ได้ยิน

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 21

ใกล้จะปิดภาคเรียนปีการศึกษาแล้ว ครูจะไม่ขอพูดว่า นักเรียนทุก ๆ คน เตรียมอ่านหนังสือสอบ เพราะครูเชื่อว่า เด็กนักเรียนของครูทุก ๆ คนได้เรียนรู้วิชารู้แจ้ง ครบกันทุก ๆ คน เพียงแค่นี้ครูรู้ดีว่า เด็กนักเรียน ทุก ๆ คนเป็นมนุษย์กันทุก ๆ คน และครูก็เชื่ออีกว่า ผลการสอบของนักเรียนทุก ๆ คน จะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานดี ซึ่งเหตุอันนี้สำหรับครู ถือว่าเป็นเรื่องผลพลอยได้จาก นักเรียนทุก ๆ คนได้เรียนรู้วิชารู้แจ้ง นี่คือคำกล่าวของครูเปี่ยมสุข พูดในเช้านี้ และจะต้องพูดประโยคสรุปท้ายเหมือนทุก ๆ วัน

วันนี้ มีช่องว่าง 6 ช่อง แสดงว่า เห็นไหมมีเด็กนักเรียนของครู มีความรับผิดชอบตั้ง 294 คนจาก 300 คน ถือว่า นักเรียนของครูเก่งนะครับ ครูขอชื่นชม ขอให้นักเรียนทุก ๆ คนปรบมือให้กับความซื่อสัตย์ของตัวเอง ด้วยนะครับ

ครูใหญ่ครับ ศึกษาธิการจังหวัดมาหานะครับ ขอบคุณครับครูประทวน สวัสดีครับ คุณสาโรจน์ สวัสดีครับ ครูใหญ่ ผมขอโทษนะที่มาไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า บังเอิญผมมาธุระในระแวกนี้ จึงถือโอกาสมาเยี่ยมเยือน ครูใหญ่ติดภารกิจในมือทันด่วนหรือเปล่าครับ ภารกิจเร่งด่วนไม่มีนะครับ มีแต่ภารกิจประจำ แต่ไม่ถึงกับพูดคุยกับใครไม่ได้ อืม ผมสนใจผักรอบทิศพืชกินได้รอบตัว และกับวิชา อะไรนะ วิชารู้แจ้งหรือครับ ออ ใช่ ๆ ๆ ๆ ปีการศึกษาหน้า ผมจะยึดโรงเรียนที่นี่เป็นโรงเรียนต้นแบบ โดยหวังว่า ผักรอบทิศพืชกินได้รอบตัว กับวิชา อะไรนะ วิชารู้แจ้ง ให้โรงเรียนต่าง ๆ ในจังหวัดที่ผมรับผิดชอบทั้งหมด มาศึกษาดูงาน พร้อมกับ ขอให้ครูใหญ่ รับผิดชอบอมรม สอน เพื่อให้ โรงเรียนต่าง ๆ นำไปปฏิบัติ ส่วนงบประมาณในการนี้ ผมจะจัดสรรมาให้เป็นพิเศษ โดยไม่จำเป็นต้องขอเรี่ยรายจากที่ใด ขณะเดียวกันผมได้รายงานไปยังผู้บังคับบัญชาของผมแล้ว เห็นด้วยและสนับสนุนเต็มที่

ทั้งหมดมีพืชผักกี่ชนิดได้ ประมาณเกือบ 200 ชนิดได้ครับ ขณะพูดคุยระหว่างผู้บังคับบัญชาโดยตรง กับ ครูใหญ่ เดินชมพืชผัก ที่งามกว่าที่เคยเห็นทั่ว ๆ ไป และครูใหญ่อดที่จะต้องกล่าวถึง ครูบุญยัง ไม่ได้ว่าทั้งหมดที่เห็นพืชผักงามตาสดชื่นเช่นนี้ คือต้นแบบมาจาก ครูบุญยัง ครูบุญยัง นะหรือ คุณสาโรจน์ รู้จักหรือครับ ผมไม่คุ้นหูว่า ผมมีลูกน้องชื่อ บุญยังด้วย ออ เป็นครูจ้างชั่วคราวนะครับ มิน่าผมไม่คุ้นหู อีกอย่าง ปีการศึกษาหน้า ผมอาจจะขอรบกวน ครูใหญ่ ผมจะให้ลูกสาวของผม ซึ่งปีหน้าจะขึ้นประถมปีการศึกษาปีที่ 5 มาเรียนที่นี่ ครูใหญ่ หยุดคิดพักความงง ๆ กับเสียง หัวหน้า ชนิดไม่อยากจะเชื่อว่า ระดับศึกษาธิการจังหวัด จะนำลูกสาวมาเรียนที่โรงเรียนเล็ก ๆ ห่างจากตัวเมือง เช่นนี้ จะให้ลูกสาวมาเรียนที่นี่หรือครับ ใช่ครับ หรือโรงเรียนเต็มรับเพิ่มไม่ได้แล้ว ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ ผมยินดีต่างหากครับ

แม่ครับ สวัสดีครับแม่ วันนี้หนูสอบมาสบายมากเลยครับแม่ แม่บุญยังยิ้ม ผมช่วยแม่ทำงานนะครับ จ่ะ

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 1

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 1: "อีกา เดินไปโรงเรียนยามฝนพรำ ๆ แดดร่ม อีกา เดินบนเส้นทางที่คุ้นชินทุกวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ เพื่อไปโรงเรียน อีกา ไม่หล่อ ผิวดำสมชื่อว่า อีกา ..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 2

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 2: "เสียงระฆังดังกังวาน ต่างจากเสียงระฆังที่โรงเรียน ที่อีกาฝากวิชาความรู้เพื่อเล่าเรียน แม่บุญยังเดินจูงมือ อีกา ไปวัดและอีกาไม่ต้องไปโรงเรียน ..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 3

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 3: "เสียงพูดของ ผู้ช่วยครูใหญ่ ไม่ได้พูดเหมือน ครูใหญ่คนก่อนพูดในทุก ๆ เช้าของวันเปิดเรียน วันนี้ เป็นวันดีของโรงเรียนแห่งนี้ ต้องจารึกปักหลักปั..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 4

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 4: "รถกระบะสีขาวนวล ผ่าน อีกา ไปเพียงสองช่วงตัวรถ รถก็จอดชิดซ้ายพร้อมเปิดไปเลี้ยวซ้ายค้างอยู่ สวัสดีครับ ครูใหญ่ เรียกชื่อครูก็ได้ อีกา ครูใหญ่พ..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 5

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 5: "อีกา อีกา อีกา อีกา เสียงเรียกของครูสุวิภา ถึงหู อีกา อย่างแปลกกว่าที่เคยเป็น อีกา ได้แต่ขานครับ ครับ ครับ ด้วยความตกใจ หนูได้ที่หนึ่ง การปร..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 6

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 6: "แม่ครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับแม่ หลังจากอีกาตื่นขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟัน ไปเก็บผักอ่อมแซบอีกหน่อยก็แล้วกัน ที่อีกชื่อหนึ่งเรียกว่า เบญจรงค์ ใช..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 7

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 7: "แม่บุญยัง แม่บุญยัง อ้าว แม่สำเนียง ลมอะไรพัดมาหาฉันได้ พ่อคมกริบตายแล้วนะ อะไรนะ แม่บุญยัง ถามย้ำเพราะคำนั้นเป็นคำที่ยากที่เข้าใจ พ่อคมกริบ..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 8

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 8: "ท้องฟ้าสีครามโปร่งใส อากาสดชื่น เสียงนกร้องตามทิวทุ่ง พี่เบิ้มร้องภาษาควาย แต่แม่บุญยัง ไม่ได้คดคล้อยลดเลื้อยตามบรรยากาศอย่างที่กล่าว แม่บุญ..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 9

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 9: "นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 2 ขึ้นรถบัส คันที่ 1 เสียงนี้ เป็นใครไปไม่ได้ โฆษกประจำโรงเรียนนั่นเอง ครูประทวน พูด 2 ครั้ง เด็กนักเรีย..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 10

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 10: "ครูครับ ทำไม ต้องจองจำจำกัดเสรีภาพ ของสัตว์เหล่านี้ด้วยครับ นี่คือคำถามคราว อีกาไปเที่ยวสวนสัตว์ หรือคำให้ดูดีอีกเล็กน้อย ไปทัศนศึกษาที่สวนส..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 11

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 11: "สนใจจะเล่นดนตรีอะไรซักอย่างไหม เสียงผ่านมาทางครูสุวิภา ถึงตัว อีกา อีกา นึกคิดเล็กน้อย มีดนตรีอะไรบ้างครับ เป็นดนตรีไทย ๆ นะค่ะ ขลุ่ย จะเข้ ..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 12

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 12: "สวัสดีครับ นักเรียนทุก ๆ คน ครูมารับหน้าที่ครูใหญ่ ที่โรงเรียนนี้ ไม่น้อยกว่า หนึ่งเดือน ถึงเวลาแล้วที่โรงเรียน ณ ที่นี้ ต้องมีนักเรียนที่ปล..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 13

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 13: "แม่ครับ ซื้อจักรยานให้หนูปั่นไปโรงเรียนจะดีไหมครับ แม่ จากที่อีกาเดินไปโรงเรียน ระหว่างทางเห็นเด็กนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน ขี่ปั่นไปหลายต่อห..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 14

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 14: "เสียงขลุ่ยไม่เป็นเพลง ดังขึ้นใกล้ทุงนา พี่เบิ้มกินหญ้าไปโดยไม่ได้สนใจว่า อีกา จะทำอะไร เป่าอะไร เสียงอะไร แต่อีกา ทึกทักเอาว่า พี่เบิ้มคงได้..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 15

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 15: "เสียง โด เร มี ฟา ซอล โด ถนัดถ้อยถนัดคำมากขึ้นสำหรับ อีกา นิ้วมือที่ลิ่วไล้ซอกไซร้ตามลำเลาขลุ่ย คล่องแคล่วตามใจนึกคิดอยากให้เป็น หลายครั้งเม..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 16

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 16: "ข่าวปฏิวัติโดยทหารไม่นาน ข่าวการทุจริตคอรัปชั่นหนาหู มีรัฐบาลแต่งตั้ง มีรัฐบาลเลือกตั้ง มีการชุมนุมประท้วง ผู้ชุมนุมตายบ้าง ถ้ามองรับรู้จบแค..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 17

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 17: "อีกา เอ้ย วันเสาร์นี้ ไปวัดงานบุญเดือนสิบ นะลูก ครับแม่ คำว่าครับแม่ไม่ใช่เสียงพูดของ อีกา แต่เป็นเสียงโน๊ตเพลงผ่านลมจากใจ ถ่ายทอดไปยังลำขลุ..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 18

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 18: "นักเรียนครับ วันนี้จะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจำจังหวัดของเรา จะมาเยี่ยมโรงเรียนของเรา ครูแจ้งเพื่อเป็นข่าวสารให้ครูและนักเรียนได้รู้ในคราวเ..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 20

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 20: "วิชารู้แจ้ง เป็นวิชาที่ดูเหมือนยาก จริง ๆ เป็นวิชาที่คำว่า มนุษย์ พบเจอทุกขณะจิต ทุกขณะใจ ทุกขณะเศษเสี้ยวของวินาที ครูเปี่ยมสุข ขบคิด แต่ไม..."

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 19

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 19: "วิชารู้แจ้ง เป็นวิชาเสริมที่ไม่คุ้นหู ที่ ครูเปี่ยมสุข ซึ่งเป็นครูใหญ่คนใหม่ แต่ไม่ถึงกับป้ายแดง เพราะผ่านไปครึ่งปีของปีการศึกษาแล้ว แต่ครูเ..."

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 20

วิชารู้แจ้ง  เป็นวิชาที่ดูเหมือนยาก จริง ๆ เป็นวิชาที่คำว่า มนุษย์ พบเจอทุกขณะจิต ทุกขณะใจ ทุกขณะเศษเสี้ยวของวินาที ครูเปี่ยมสุข ขบคิด แต่ไม่ถึงกับกักขังให้ใจพะว้าพะวง หลักการแค่ทำอะไรก็ได้ แต่ใจมีจุดคิดเพียงสิ่งที่กระทำ เพราะหลากหลายคนกระทำอะไรจะทำด้วยความเคยชิน ทำโดยสัญชาตญาณ แต่ขาดเอาจิตใจกำกับดูแลกับการกระทำนั้น ๆ ใจไปพะวง คิด เรื่องที่ไม่ใช่เรื่องที่กระทำอยู่ ถ้าเรียกให้รวบรัดแบบสั้น ๆ คือ สมาธิ ปัจจัยที่ทำให้สมาธิ ขาด ก็คือกิเลส จะละกิเลสลงได้ ก็ต้องยึดปฏิบัติ ศีลห้าเป็นอย่างน้อย บางคนอาจจะได้ ครึ่งหนึ่ง ไม่ได้เคร่งครัดชนิดหัวทิ่มโลก ก็ถือว่าเก่งแล้ว เพราะมหาสมุทร เกิดด้วยน้ำแต่ละหยด การเริ่มหัดพูด ก็ไม่อาจจะพูดแบบคีตกวีภายในชั่วคืน เพราะฉะนั้น จำเป็นเหลือเกิน ต้องค่อยเป็นค่อยไป ใช้กุศโลบายให้เด็กนักเรียน ร่ำเรียนโดยไม่ต้องร่ำเรียน แต่ได้ผลการเรียนโดยไม่รูตัว ซึ่งกลวิธีต่าง ๆ ครูเปี่ยมสุข ซึ่งเป็นกัปตันนำหางเรือให้ลูกเรือก้าวไปให้ถูกทิศถูกทาง เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง

กระบวนความคิดของครูใหญ่ จำเป็นต้องสื่อสารทำความเข้าใจกับเพื่อนครูให้เข้าใจว่า จะเดินไปอย่างไร มีข้อสงสัยอะไร ให้สอบถามเพื่อให้กระจ่างกระบวนความ โดยระยะเริ่มแรก ครูเปี่ยมสุข ซื้อสมุดเล็ก ๆ ที่พกพาใส่กระเป๋าเสื้อได้ ซื้อมาให้เพียงพอกับครูและนักเรียนทุก ๆ คน รวมถึงพานโรง และให้ ทุก ๆ คนเมื่อมาถึงโรงเรียนแล้ว ทุก ๆ ก้าวเดินให้ทุก ๆ คนนับว่า วันหนึ่ง ๆ เดินกี่ก้าว จนก้าวสุดท้ายที่ย่างก้าวออกจากโรงเรียนแต่ละวัน แล้วจดจำนวนก้าว และจะมีกระดานขนาดใหญ่ จะมีชื่อทุก ๆ คนตามปีการศึกษา แต่ละห้องเรียน ไม่เว้นชื่อครูทุก ๆ คน รวมถึงชื่อครูใหญ่ โดยมีช่องเติมจำนวนก้าวเดิน แน่นอนใคร ๆ ภายนอกที่มาเห็นกระดานอันนี้ อาจจะเข้าใจไปว่า เป็นรายนามผู้บริจาคสร้างโน้นสร้างนี่ หรือไปวัด จะมีรายนามผู้บริจาคต่าง ๆ แต่ที่โรงเรียนแห่งนี้ไม่ใช่

เริ่มแรกของการทดลอง กระดานจะมีช่องว่าง ๆ เติมบ้างไม่เติมบ้าง โดยเฉพาะเด็กชั้นประถมศึกษาปี่ที่ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เรียงจากมากไปน้อย บางคนก็ลักไก่สุ่มเขียนโดยไม่ได้นับจริง ๆ จัง ๆ ก็คงมี แต่ครูเปี่ยมสุข พูดกล่าวกับนักเรียนเสมอ ทุกคนสามารถซื่อสัตย์กับตนเองได้ ถ้านักเรียนแต่ละคนไม่โกหกตัวเอง นักเรียนทุก ๆ คนทำได้ ถ้านักเรียนทุก ๆ คน รักตนเอง และครูเชื่อว่า นักเรียนทุก ๆ คนมีความรักเป็นพื้นฐานของจิตใจของแต่ละคน ครูเชื่อเช่นนั้น นี่คือคำที่ครูใหญ่ชื่อเปี่ยมสุข พูดคุยกับเด็กนักเรียนเสมอ แต่รายชื่อ อีกา ประถมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 2 ไม่มีช่องว่างให้เห็นเพราะวิชาการนับก้าวเดิน อีกาถนัดตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 3

วันนี้ มีช่องว่าง 180 ช่อง แสดงว่า เห็นไหมมีเด็กนักเรียนของครู มีความรับผิดชอบตั้ง 120 คนจาก 300 คน ถือว่า นักเรียนของครูเก่งนะครับ ครูขอชื่นชม ขอให้นักเรียนทุก ๆ คนปรบมือให้กับความซื่อสัตย์ของตัวเอง ด้วยนะครับ

วันนี้ มีช่องว่าง 150 ช่อง แสดงว่า เห็นไหมมีเด็กนักเรียนของครู มีความรับผิดชอบตั้ง 150 คนจาก 300 คน ถือว่า นักเรียนของครูเก่งนะครับ ครูขอชื่นชม ขอให้นักเรียนทุก ๆ คนปรบมือให้กับความซื่อสัตย์ของตัวเอง ด้วยนะครับ

วันนี้ มีช่องว่าง 140 ช่อง แสดงว่า เห็นไหมมีเด็กนักเรียนของครู มีความรับผิดชอบตั้ง 160 คนจาก 300 คน ถือว่า นักเรียนของครูเก่งนะครับ ครูขอชื่นชม ขอให้นักเรียนทุก ๆ คนปรบมือให้กับความซื่อสัตย์ของตัวเอง ด้วยนะครับ

.........

วันนี้ มีช่องว่าง 3 ช่อง แสดงว่า เห็นไหมมีเด็กนักเรียนของครู มีความรับผิดชอบตั้ง 297 คนจาก 300 คน ถือว่า นักเรียนของครูเก่งนะครับ ครูขอชื่นชม ขอให้นักเรียนทุก ๆ คนปรบมือให้กับความซื่อสัตย์ของตัวเอง ด้วยนะครับ

ทุก ๆ เช้า ครูใหญ่ จะบอกนักเรียน และจำเป็นเหลือเกินต้องชมเชย

เหนือสิ่งอื่นใด ณ โรงเรียนแห่งนี้ เวลาพักกลางวัน เสียงการพูดคุยจะเงียบผิดวิสัย อย่างที่เคยเป็น และที่สำคัญไปกว่านั้น เด็กนักเรียนผลการสอบมาตรฐานโดยรวมดีขึ้น สิ่งของที่สูญหายมักจะได้คืน แน่นอนครูเปี่ยมสุข ไม่ละเมอเพ้อพกอวดแบ่งอวดกล้ามแปลงร่างเป็นนักเพาะกายว่านี่คือผลงานของตนเอง แต่นี่คือผลงานของ เพื่อนครู พานโรง และเด็กนักเรียนทุก ๆ คน

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 19

วิชารู้แจ้ง เป็นวิชาเสริมที่ไม่คุ้นหู ที่ ครูเปี่ยมสุข ซึ่งเป็นครูใหญ่คนใหม่ แต่ไม่ถึงกับป้ายแดง เพราะผ่านไปครึ่งปีของปีการศึกษาแล้ว แต่ครูเปี่ยมสุข มุ่งมั่นมองเห็น และให้ความสำคัญกับ ปัญญา ปัญญาที่ว่านี้ มิใช่ความรู้ทั่ว ๆ ไป แต่ใจที่ครูเปี่ยมสุข คาดหวังที่ไม่ได้คาดหวัง ให้ มนุษย์ทั่ว ๆ ไปมีจิตใจที่นิ่งสงบ มีสติครอบคลุมโอบอุ้มปกป้องใจให้ครองสติให้ได้ นี่คือคำปณิธานสัญญาใจ เมื่อครูเปี่ยมสุข ได้ฝึกฝนขัดเกลาหล่อหลอมตีทั่งเข้ารูปครั้งแล้วครั้งเล่า จนพอจะเข้าใจคำว่า ปัญญา มีคุณประโยชน์อย่างไร แน่นอน เด็กนักเรียน จะเข้าถึงระดับปัญญาได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินแกงไม่แก่จนเกินงาม

แน่นอนภายในโรงเรียนทำการใดนั้นจะสำเร็จด้วยดีหรือไม่ ต้องได้รับความร่วมมือจากทุก ๆ ฝ่าย ไม่ว่า ตัวนักเรียนเอง ครู พานโรง ผู้ปกครอง รวมถึงสภาพแวดล้อมทั้งหลาย ไม่เว้น นายด่าง ที่เป็นสุนัขตัวผู้ไร้เจ้าของที่คอยเดินซื่อ ๆ แต่งแต้มด้วยขี้เรื้อนแต่น้อย กลิ่นสาบมาแต่ไกล จนนักเรียนรู้จักดีและคุ้นเคย แต่ไม่ถึงกับคลุกเคล้ากอดรัดฟัดเวี่ยง

ครูเปี่ยมสุข รู้ดีว่า หลักการ ศีล สมาธิ ปัญญา จะมีปัญญาได้ ต้องมีสมาธิ จะมีสมาธิได้ต้องมีศีล ศีลที่ว่านี้ เพียงศีลห้า ก็มากเกินพอ หาจำเป็นต้องศีลแปด ศีลสิบ หรือศีล 227 ที่พระสงฆ์ยึดเหนี่ยวถือปฏิบัติ แม้พระสงฆ์ปัจจุบันจะหาได้น้อยเต็มทีที่ยึดกฏหมายของสงฆ์ 227 ข้อก็ตาม โดยเริ่มที่ศีลห้า ก่อนเป็นอันดับแรก ๆ ศีล คือ ข้อควรปฏิบัติ
1.ห้ามฆ่าสัตว์ด้วยกายและใจ
2.ห้ามเอาของไม่ใช่ของตนทั้งกายและใจ
3.ห้ามประพฤติผิดทางเพศทั้งกายและใจ
4.ห้ามพูดปดด้วยกายและใจ
5.ห้ามเสพสิ่งที่ไม่เป็นคุณประโยชน์ทั้งกายและใจ

นี่คือสิ่งที่ครูเปี่ยมสุข ได้เล่าให้คณะครูของโรงเรียน รวมถึง พานโรง มาทำความเข้าใจให้เดินไปทิศทางเดียวกัน ครูเปี่ยมสุขรู้ดี แค่ศีลห้า เหมือนยกภูเขาทั้งภูเขาด้วยนิ้วก้อย เหมือนเอามือเปลือยเปล่าก่อปั้นขึ้นรูปเหล็กที่เหลวหลอมสีทองให้เป็นรูปเป็นร่างได้ แม้จะมีครูบางคนขอต่อรอง ศีลห้า นะหรือ ศีลแปด ศีลสิบ ขอแค่ศีลหนึ่งมีไหมครับ ครูใหญ่ อันนี้ครูเปี่ยมสุขเข้าใจความหมายที่เพื่อนครูสื่อดี ว่าไม่ใช่การประชดประชันเยาะเย้ยถากถางแต่อย่างใด

ครูเปี่ยมสุข ดูสีหน้า ครูแต่ละคน รวมถึงพานโรง ต่างรับรู้ได้ดีว่า แทบเป็นไปไม่ได้ แค่เพียง ศีลข้อที่ หนึ่ง ก็ไปไม่ถึงไหน จะได้หรือเปล่ายังไม่รู้ ไม่ต้องอีก สี่ข้ออันใดเลย แค่พญาธิในลำไส้ที่เดินยั้วเยี้ยคืบคลานปีนไต่สารวนในลำไส้ แล้วกินยาเบื่อพยาธิให้ตายคาลำไส้ จะถือว่า ผิดศีลข้อหนึ่งไหม ครูหลาย ๆ คนเหมือนมองทิศทางใดอยู่กลางเหวก้นบึ้งใจกลางโลกที่ยากจะคืบคลานป่ายปีนก้าวขยับได้แม้แต่น้อย

นี่คือบททดสอบเพื่อหยั่งรับรู้ว่าพื้นฐานของของลูกน้องในสังกัด มีพื้นฐานแค่ไหน มีมิติเข้าใจมากเพียงใด สรุปได้ง่าย ๆ ทำไม่ได้ แต่ครูเปี่ยมสุข รู้ดีว่าเป็นไปได้ แน่นอนถ้า ครูเปี่ยมสุข คล้อยตามเหมือนเพื่อนครู สิ่งที่ครูเปี่ยมสุขคาดหวัง เรื่อง ปัญญา ก็ต้องพับเก็บใส่ตู้เซพใส่รหัสลับชนิดตนเองไม่รู้เหมือนกันว่าตั้งรหัสอะไร แต่แสงสว่างอยู่ข้างหน้าของครูเปี่ยมสุข มองเห็นไม่ไกล

อีกา เป็นคนหนึ่ง ที่ใคร ๆ รู้ดีว่า การเดินย่างก้าวจากบ้านมายังโรงเรียน หนึ่งหมื่นก้าวที่ใคร ๆ รับรู้เรื่องนี้ดีนั้น คือวิธีขั้นพื้นฐานการครองสติ ให้เกิดสมาธิ โดยไม่รู้ตัว อันนี้คือพื้นฐาน โดยไม่จำเป็นต้องไปจดจำยึดมั่นถือมั่นว่า ศีลมีอะไรบ้าง ครูเปี่ยมสุขได้แต่นึกยิ้มอยู่ในใจ ว่ามีความหวังที่ไม่ได้หวัง

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 18

นักเรียนครับ วันนี้จะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจำจังหวัดของเรา จะมาเยี่ยมโรงเรียนของเรา ครูแจ้งเพื่อเป็นข่าวสารให้ครูและนักเรียนได้รู้ในคราวเดียวกันนี้ โดยไม่จำเป็นต้องตระเตรียม หรือปลูกผักชีโรยหน้าใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ กิจกรรมประจำวันทำอย่างไร ก็ทำอย่างนั้น เพียงแต่ ถ้า สส แม้นมาด เดินเข้าไปห้องใด ขอให้ ครูและนักเรียนทำกิจกรรมที่ทำอยู่แบบปรกติ เหมือนเดิม เหมือนไม่มีใครมาก็แล้วกันนะครับ

ครูหลายคนและเด็กบางคน ต่างสงสัยงุนงงกับ เสียงพูดของครูใหญ่ที่ชื่อ เปี่ยมสุข ไม่น้อย คราครูใหญ่คนก่อน สส แม้นมาด มาที่โรงเรียน จะมีการต้อนรับขับสู้ปลูกผักชนิดผักชีเต็มท้องทุ่งของโรงเรียน ไม่เว้นห้องสุขาหญิงชาย ต่างจ้าระหวั่นขยันจัดแจงให้ โรงเรียนเรียบร้อยเกินปรกติที่เป็นอยู่ ดูเหมือนโรงเรียนจะมีความขยันขันแข็งเกินความจำเป็น แถมมิหนำซ้ำ ครูใหญ่คนก่อน จะเรียก สส มาดแม้น ท่านครับทุกคำไป

สวัสดีครับ คุณมาดแม้น มีเพียงครูเปี่ยมสุข ต้อนรับ สส มาดแม้น เพียงคนเดียว แต่ทีมงานของ สส มาดแม้นมากันหลายคน มีรถตามกันมาเป็นขบวน ทั้ง ๆ ที่คนจำนวนนี้ ใช้รถยานพาหนะ 3 คันรถเก๋งก็น่าจะเพียงพอ ไม่สิ้นเปลืงน้ำมัน ไม่สิ้นเปลืองอากาศไปเผาผลาญเครื่องยนต์ ไม่สิ้นเปลืองถนนที่ถูกรถกระแทกเกินความจำเป็น ทีมงาน สส มาดแม้น มีสีหน้าที่แปลกใจ ที่ครูใหญ่ ออกมาต้อนรับ ทีม สส มาดแม้นเช่นนี้ ไม่เว้น สส มาดแม้น ก็มีอาการมากกว่าใคร ๆ

สส มาดแม้น เดินเล็กน้อย ถ่ายรูปมากกว่าเดิน เพื่อให้เกิดเป็นหลักฐานว่า สส มาดแม้นได้มาโรงเรียน ณ แห่งนี้แล้ว และรูปที่พลาดไม่ได้ คือการยื่นของบริจาค และที่สำคัญที่สุด ต้องมีป้ายเบื้องหลัง ขนาดใหญ่ ๆ เห็นชัด ๆ อ่านได้ถนัด สส มาดแม้น พิมายวาด มอบเงินสด สองแสนบาท และอุปกรณ์กีฬา โดยครูใหญ่เป็นผู้รับมอบ กล้องถ่ายภาพหลายกล้อง ต่างยกชูสาดส่อง ซีนนี้ฉากนี้เป็นพิเศษเต็มกำลัง ชนิดภาพนี้จะขาดไม่ได้

เมื่อ สส มาดแม้น ได้บริจาคทั้งเงินและสิ่งของ พร้อมรูปถ่ายการมอบ นี่คือภารกิจหลัก ส่วนการมาเยี่ยมเยือนดูความสารทุกข์ สุขดิบ ของนักเรียน หรือ ของครู เป็นภารกิจท้ายท้าย ภารกิจ สส มาดแม้นมาโรงเรียน ได้จบลงอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ สส มาดแม้น ไม่พอใจการต้อนรับของครูใหญ่คนใหม่ ที่ต่างจาก ครูใหญ่ คนเก่า เป็นหลักไม่ แต่เมื่อภารกิจถ่ายรูปที่บอกให้รู้ว่า มาทำบุญ แล้วนั้นเพื่อไว้อวดอ้างเป็นหลักฐานกำกับผลงานนำเสนอต่อสาธารณชน เพียงแค่นี้ สส มาดแม้น ก็พึงพอใจแล้ว

สวัสดีครับคุณครู มีอะไรหรือ อีกา คุณครู ต้อนรับ สส อะไรนั่นนะ แตกต่างกับ ครูใหญ่คนก่อนมากนะครับ ผมจำได้ ผู้หลักผู้ใหญ่มาโรงเรียน ทีไร โรงเรียนพลุกพล่านเสียเหลือเกิน ครูใหญ่ คนก่อน จะขยันผิดเกินกำลัง สั่งโน้นสั่งนี่ ทำโน้นทำนี่ จนเวลาเรียนกลายไปเป็นเวลาต้อนรับแขก ครูเปี่ยมสุข ได้แต่ยิ้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คืออะไรรู้ไหม คือคนที่ แม่บุญยัง ไปเลือกตั้งครับ อืม....

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 17

อีกา เอ้ย วันเสาร์นี้ ไปวัดงานบุญเดือนสิบ นะลูก ครับแม่ คำว่าครับแม่ไม่ใช่เสียงพูดของ อีกา แต่เป็นเสียงโน๊ตเพลงผ่านลมจากใจ ถ่ายทอดไปยังลำขลุ่ย ประสานนิ้วทั้งสิบ ซึ่งแม่บุญยังจะชินกับเสียงตอบรับเช่นนี้จากลูกรัก แต่ไม่ชินใจ ได้แต่อมยิ้มมุมริมฝีปากเผยอเล็กเล็กทุกครา

แม่บุญยัง เดินเคียงข้างจับจูงมือ อีกา แต่ถ้านานมาแล้ว งานบุญเดือนสิบ คนที่ถูกจูงมือ คือ แม่บุญยัง เคียงข้างด้วย พ่อคมกริบ ต่างพะเน้าพะนอเดินหยอกล้อแสนสุขใจ แต่วันนี้ ไม่มีพ่อคมกริบ แต่มีอีกา ที่เดินพูดคุย โดยส่วนใหญ่ อีกา เป็นคนถาม แม่บุญยังเป็นคนตอบ

บุญยัง ร้อนไหม ทุกครั้งที่ พ่อคมกริบ ถามเอื้อยเอ่ยกับแม่บุญยัง จะมีสร้อยรอยยิ้มส่งมาให้แม่บุญยังเสมอ แม้รอยยิ้มเช่นนี้ในสายตาคนนอกมอง แสนจะธรรมดาเสียเหลือเกิน แต่สำหรับแม่บุญยัง คือรอยยิ้มที่วิเศษที่สุด เกินที่ใจดวงนี้จะโอบอุ้มได้ทั้งหมด มันมากล้นเหลือเกิน พ่อคมกริบ ไม่เคยต่อว่า เหยียดหยาม ติติง แม่บุญยังเลย ไม่พูดให้แม่บุญยังเสียน้ำใจแม้เพียงครั้งเดียว ยกเว้นคลับคล้ายครั้งสุดท้าย เป็นการเหมารวมสวมโครมเททะเลทั้งมหาสมุทรถาเถิมใส่หัวใจแม่บุญยังเต็มกำลัง "เราจำเป็นต้องไปแต่งงานกับ พิลัยนะ"

ทั้งสองคนได้จุดธูปพนมมือไหว้พระ นั่งเงียบหลับตา ใจทั้งสองคนนึกอะไรบ้าง ติดสินบนสิ่งศักดิ์อะไรหรือไม่ หรือขออะไรมากมายต่อองค์พระต่อหน้าหรือไม่ บุญยัง ไม่ได้สอบถาม คมกริบ แต่สองคนเมื่อไหว้เสร็จ ได้แต่ทอดรอยยิ้มต่อกัน เหมือนโลกใบนี้มีแต่เราสองคน

แม่ครับ หนูไปถึงวัดแล้วหนูจะเป่าขลุ่ย เพื่อระลึกถึง ลุงขอทานนะแม่ แม่บุญยังเผลอไม่ได้ยินเสียงของอีกา อะไรหรือลูก หนูไปถึงวัดแล้วหนูจะเป่าขลุ่ย เพื่อระลึกถึง ลุงขอทานนะแม่ จ่ะลูก ใจของแม่บุญยัง ที่เผลอคิดความหลัง มาอยู่ตรงความหน้า มาฟังถ้อยคำของอีกา อย่างน้อยปัจจุบัน คือ อีกา ไม่ใช่ พ่อคมกริบ แม้ใจลึก ๆ จะเผลอไผล คิดอยู่เนือง ๆ ก็ตาม

เสียงขลุ่ยแว่วแผ่วคดเลี้ยวเกี่ยวลมพุ่งลำดำดิ่ง โดยหวังแค่เพียงระลึกถึงผู้มีคุณ คือลุงขอทาน ซักครั้งหนึ่ง แต่ต่างจากลุงขอทานตรงที่ไม่มีกระป๋องคอยรับเงิน ที่แสดงออกให้เห็นถึงจุดมุ่งหมายว่า แบ่งปันเงิน เพราะอีกาไม่ได้คาดหวังว่าเงินคือสิ่งจำเป็นเกินกว่า อาหารที่มีอยู่รอบบ้าน เพียงพอต่อชีวิตทั้งชีวิตแล้ว ลามลุกไปถึงว่าตำแหน่งขอทาน  ก็ไม่อยากหยิบฉวย แม้ในสายตาคนอื่นจะเป็นตำแหน่งที่ไม่พึงประสงค์ก็ตาม

เสียงขลุ่ยหยุดลง ไหว้พระเถอะลูก เป่าขลุ่ยชั้นครูเลยนะ อีกา ครับหลวงพ่อ หลวงพ่อคงสนทนาขัดจังหวะเสียงเพลง แต่ไม่ขัดจังหวะเสียงธรรมที่หลวงพ่อ พูดคุยกับอีกานั้น ล้วนแอบแฝงซ่อนเร้นด้วยธรรมทั้งสิ้น หลวงพ่อครับ หลวงพ่อเคยเห็น ชายขอทานที่เป่าขลุ่ยไหมครับ หลวงพ่อ ยืนนึก หลวงพ่อเคยเห็นครั้งหนึ่งนะ และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ไม่เคยเห็นอีกเลย สงสัยคงเป็นวันเดียวกันที่อีกาเจอ ลุงขอทาน อีกานึกครุ่นคิดอยู่ในใจ คนเรานะลูกเอ๋ย มีเกิดก็ต้องมีดับ มีเจอก็ต้องมีจาก วันนี้มี พรุ่งนี้อาจไม่มี มันหาอะไรจริงแท้แน่นอนไม่ได้หรอกลูก ถ้าผูกยึดไว้มาก กว่าจะแกะแทะออกมันก็ใช้เวลา บางคนแกะแทะไม่ออก ก็จมอยู่กับความเศร้าโดยคิดว่า อะไร อะไร เป็นของเรา ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วหาใช่ของเราโดยแท้จริงไม่ แต่เราไปหลงละเมอเพ้อพกเข้าข้างตัวไปเอง ว่าเป็นของเรา รู้สึกเสียดงเสียดายอาลัยอาวรณ์ นี่แหละชีวิตโลกล่ะ ที่หลวงพ่อพูดเช่นนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่า ทุก ๆ คนต้องบวช จึงจะพ้นชีวิตโลกได้ เพียงแค่ใจเอาใจไปบวชใจ ก็สามารถพ้นโลกได้เช่นกัน ครับหลวงพ่อ

อีกา ได้บรรเลงเพลงต่อ ไม่ได้ไปดูเด็ก ๆ วิ่งเล่นกันเหมือนที่เคยทำ ไม่ได้ไปเดินดูรอบ ๆ วัดเหมือนแต่ก่อน และไม่ได้ไปเก็บดอกไม้อย่างที่เคยเก็บมาให้ลุงขอทาน ลุงขอทานไปอยู่ที่ไหน ถ้าลุงขอทานได้ฟังเสียงขลุ่ยนี้ ลุงขอทานคงปลื้มใจ ขอบคุณลุงมากนะครับ นี่คือคำพูดที่ลึกอยู่ในหัวใจของอีกา ส่งไปหาลุงขอทาน โดยไม่รู้แจ้งชัดว่า ลุงขอทานจะได้รับรู้หรือไม่

วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 16

ข่าวปฏิวัติโดยทหารไม่นาน ข่าวการทุจริตคอรัปชั่นหนาหู มีรัฐบาลแต่งตั้ง มีรัฐบาลเลือกตั้ง มีการชุมนุมประท้วง ผู้ชุมนุมตายบ้าง ถ้ามองรับรู้จบแค่นี้ ดูเหมือนโลกนี้ทั้งใบมันเลวร้ายเหลือเกิน แม่บุญยัง ได้แต่ถอนใจ ทำไมไม่ทำการปฏิวัติอย่างที่ฉันทำอยู่ โดยพลิกฟื้นมรดกทุ่งนาจาก พ่อ แม่ ที่ถูกนายทุนเงินกู้ขูดรีดแล้วรีดอีกจนแทบเหลือแต่กระดูก แม่บุญยังก็หยุดการเรียนตั้งแต่นั้นมา ท้ายที่สุด แม่บุญยังจำเป็นต้องอึดใจสู้ปฏิวัติชีวิตตนเองชนิด กบ กลายไปเป็นเขียด หินกลายไปเป็นดิน ดินโสโครกที่คลุกไปด้วยสิ่งหมักหมมปุ๋ยเคมี พลิกฟื้นให้เป็นดินมีชีวิต ดินมีปอดหายใจ ดินมีเลือดที่สะอาด ดินมีอารมณ์เบิกบาน และที่สำคัญที่สุด ปฏิวัติตัวเองให้รอดพ้นจากกิเลสที่หนาเติ่ง

นับถอยหลังไป 20 ปีก่อน แม่บุญยัง ครารักแรกกับ พ่อคมกริบ ได้ตั้งความหวัง จะมีครอบครัวเคียงคู่ทุ่งนามรดกชิ้นเดียวที่แม่บุญยังได้ครอบครอง พร้อมหนี้สินพะรุงพะรัง ซ่อนเงื่อนดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยหลาย ๆ ชั้น เพราะ พ่อ แม่ แม่บุญยังได้ผลัดผ่อนร่อนถอยจนดอกเบี้ยชนดอกเบี้ย โดยไม่ต้องไปนึกถึงเงินต้นแต่อย่างใด จนฟ้าเปิดกว้าง ชะตาเปิดเห็น แม่บุญยัง ไปศึกษาการเรียนรู้ด้วยตนเองเรื่องเกษตรแบบพอเพียง การทำเกษตรแบบธรรมชาติ โดยพ่อคมกริบให้กำลังใจอยู่เคียงข้าง ไม่นานนัก ชีวิตเด็กชาวนาที่เต็มไปด้วยท้องทุ่งนา กลายเป็นสวนผักผสมผสาน โดยใช้หลักว่า คนดี ดินดี พืชดี คนดี แต่ ถ้า ดินป่วย พืชป่วย คนก็ป่วย เมื่อเป็นเช่นนี้ แม่บุญยังเปิดเรือล่องลอยไปกลางมหาสมุทรชักใบมุ่งสู่ทิศอย่างแน่วแน่มั่นคง อดทนฟ้า อดทนดิน มุ่งทำสวนผักโดยทำดินให้ดีเป็นอันดับแรก

ไม่นานนัก หนี้สินดอกเบี้ยชนดอกเบี้ย กลายเป็นหนี้สิน เงินต้นชนดอกเบี้ย และเงินต้นชนเงินต้น เป็นลำดับ แต่ด้วยฟ้าชี้ชะตา หรือชีวิตของแม่บุญยังถึงคราวต้องพลัดพราก ชีวิตหวังเคียงคู่ครองบ้านครองเรือนกับ พ่อคมกริบได้หยุดลง ชีวิตแม่บุญยังที่ได้วาดฝันไว้ เหมือนว่าวได้ขาดล่องลอยหลุดหายไปที่ใด ยากจะสาวดึงกลับมาได้โดยง่าย ด้วยคำว่า เราจำเป็นต้องไปแต่งงานกับ พิลัยนะ นี่คือประโยคเด็ดที่คอยตามล่าประหัตรประหาร ชีวิต แม่บุญยัง ทุกเศษเสี้ยววินาที ตั้งแต่ได้ยินประโยคนี้จากปาก พ่อคมกริบ

แม่บุญยัง รักษาแผลใจที่บาดลึกนานแสนนาน โดยยากจะเอายูกยาชนิดใดมาลบเล็มปิดปักรักษาให้มลายหายไปได้ ชีวิตประจำวันของแม่บุญยัง ลมหายใจเข้าออก หัวใจที่เต้นตามจังหวะ ล้วนไร้ชีวิตชีวา พืชผักเขียวขจี แตกยอดใบอ่อนออกมาต้อนรับแสงอรุ่น ออกดอกแบ่งบานให้แมลงได้ดมตอม ออกผลเพื่อผลิตเมล็ดเผยทางเพื่อรักษาเผ่าพันธุ์ นี่คือธรรมชาติเส้นทางของชีวิต ที่แม่บุญยังเห็นจนเจนตา แต่ไม่เจนใจเข้าถึงแก่นของชีวิตธรรมชาติ แต่ชีวิตคนเราถึงแม้จะอับโชค แต่ถ้าไม่อับใจ ย่อมมีทางก้าวเดินเสมอ ด้วยพื้นฐาน พ่อ แม่ แม่บุญยัง พาไปวัด ได้กล่อมเกลาธรรมะ เข้าฝังลึกก้นบึ้งกับแม่บุญยังอยู่บ้าง

แม่บุญยังนั่งแน่นิ่งมองไปรอบ ๆ สวนผักที่กอบกู้คืนฟื้นชีวิตมานั้น ดินยังฟื้นได้ ทำไมชีวิตของฉันเองจึงจะฟื้นคืนชีพไม่ได้ นี่คือจุดแสงสว่างที่ แม่บุญยังฉุกคิดขึ้นมา จนนานโข ที่แม่บุญยังเอาดวงใจทั้งดวง มอบให้กับสวนผัก นานาชนิด ด้วยพื้นฐานความรักที่มอบให้กับพ่อคมกริบ สิ่งที่ผิดแผลกแตกต่างไปจากเดิมเป็นอันมาก พืชผักของสวนแม่บุญยัง งดงามกว่า ต่างสวนในระแวกหมู่บ้านนี้ เป็นที่แปลกหูแปลกตากับชาวบ้านเป็นอันมาก

แม่บุญยังเผลอนึกย้อนหลังอดีตไปไม่นานนัก เสียงขลุ่ยนุ่มละมุนละไมพริ้วไหว ทำให้ แม่บุญยังหยุดคิดอดีตไปชั่วขณะ เพราะวันนี้ แม่บุญยังไม่ได้อยู่อย่างเดี่ยวโดดเพียงลำพังเหมือนเก่าก่อน

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 15

เสียง โด เร มี ฟา ซอล โด ถนัดถ้อยถนัดคำมากขึ้นสำหรับ อีกา นิ้วมือที่ลิ่วไล้ซอกไซร้ตามลำเลาขลุ่ย คล่องแคล่วตามใจนึกคิดอยากให้เป็น หลายครั้งเมื่ออีกา ได้ยินเสียงอะไร ที่คิดว่า เสียงตามขลุ่ยของฉัน ก็หยิบขลุ่ยเป่าเพื่อความท้าทายจะตรงใจที่นึกคิดหรือไม่ แรก ๆ ผิดเพี้ยนไปมากโข อีกาได้แต่ปลอบใจว่า ก็เพิ่งหัดเดินนี่นา จะไม่ให้ล้มเลยมันเป็นไปไม่ได้ ไม่นานนัก "เป่าขลุ่ยที่ดี ต้องเอาใจเป่าเข้าไปในขลุ่ย และนิ้วแต่ละนิ้ว สิบนิ้ว ต้องเคลื่อนไหวแบบสายน้ำไหล" คำของลุงขอทาน ที่อีกาจดจำได้ไม่เคยลืม อีกาเริ่มถอดรหัสลับได้ว่ามันคืออะไร ซ่อนเงื่อนตรงไหน แก้ไขอย่างไร จับต้องตรงไหน จับจิต ณ ที่ใด

แต่อีกา หารู้ไม่ว่า พื้นฐานชั้นเยี่ยมผู้มีพระคุณดุจดวงจิตทั้งดวงของอีกานั้น คือ กลวิธีให้อีกา เดินย่างก้าวไปโรงเรียน ไปกลับ สองหมื่นก้าว ที่แม่บุญยังวางอุบายซ่อนงำ ไม่ต้องชี้แจงให้อีกาฟังในคราวแรก ๆ แม้ใจอดเป็นห่วงไม่ได้ว่า ระยะทางเช่นนี้ยังให้ลูกลำบากตรากเดิน อย่างที่เพื่อนบ้านหลาย ๆ คนติฉินนินทา แต่แม่บุญยัง หาได้โกรธอารมณ์เสียกับคำครหาว่ากล่าวแต่อย่างใด โดยเชื่อว่า ถ้ามัวกลัวลูกหกล้ม ลูกก็เดินไม่ได้เป็นแน่ ฉันใดฉันนั้น ถ้าไปใช้จิตใจที่ห่วงใย เกินความห่วงใย อีกา จะเติบใหญ่อย่างมั่นคงย่อมไม่ได้

เสียงขลุ่ยพริ้วไหว เหมือนลู่ลมพัดสบัดโบก คล้อยเคลื่อนเลื่อนไปตามสายลม ที่เสียงพึงจะพยายามเยื้องย่างก้าวไปถึง แม่บุญยัง ยิ้มปลื้มปิติ ว่า อีกา เป่าขลุ่ยถึงชั้นระดับใด และแม่บุญยังเก็บความปลื้มเพียงลำพัง หาจำเป็นต้องไปอวดอ้างให้ใคร ๆ ต้องชื่นชมตามเพื่อเพิ่มกำลังใจ หรือให้ตนเองพองตัวมากขึ้นแต่อย่างใด เสียงเพลงที่หนึ่ง ไปเสียงเพลงที่สอง แม้แต่ แม่ครับ ผมช่วยนะครับ ก็จะพูดด้วยเสียงขลุ่ย โดยอีกา หวังใช้ขลุ่ยพูดแทนตนเอง เพื่อการท้าทายกับวิชาที่สำเร็จวิชาเป่าขลุ่ยโดยไม่รู้ตัว โดยไม่จำเป็นต้องมีใบประกาศนียบัตรมารองรับ

อีกา เป่าขลุ่ยคราใด ก็ต้องนึกถึงลุงขอทาน เมื่อเสียงและจังหวะเกือบจะเหมือนเสียงขลุ่ยของลุงขอทานเข้าไปทุกวัน ถ้าวันใดเสียงเหมือนเสียงขลุ่ยลุงขอทาน ไม่ว่าจังหวะท่วงท่า ความพริ้วไหวของลำนิ้ว คงได้ตำแหน่งขอทานหรือไม่ อีกา นึกฝัน ตำแหน่งขอทาน สำหรับในสายตาของอีกา ไม่คิดว่าเป็นตำแหน่งที่ด้อยค่า เพราะลุงขอทาน ได้ให้คำภีร์มหัสจรรย์สูงค่าที่คนธรรมดายกเว้น แม่บุญยัง ยากจะหยั่งถึงอย่างเข้าใจอย่างท่องแท้

ดนตรีหลาย ๆ ชิ้นที่ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประจำจังหวัด เอามาบริจาคนั้น ถูกอีกาได้ลิ้มลองครบทุกชนิด เพียงแต่ต้องใช้เวลาเข้าใจดนตรีละชิ้นมันมีนิสัยเป็นอย่างไร เคลื่อนคลำตำแหน่งใด จะเกิดเสียงอะไร ใช้แรงหนักแรงเบา ณ จุดใดจึงจะได้เสียงดังใจนึก แววการละเล่นดีดสีตีเป่า ย่อมเข้าตาเข้าใจต่อ ครูบรรเลง อย่างหลีกหนีไม่พ้น แม้กระทั่ง ครูเปี่ยมสุข ได้ติดตามเฝ้าคอยเอาใจใส่ อีกา ไม่ทิ้งห่าง ก็ย่อมรับรู้เช่นกัน

ไม่นานนัก เสียงระฆังของโรงเรียน อันเดิม เสียงเดิม เก๊ง ๆ ๆ ๆ ซึ่งอีกา รู้ดีว่า คือโน๊ตตัวใด นักเรียนเดิม ๆ เข้าแถวตามชั้นเรียน จากประถมศึกษาปีที่ หนึ่ง ไล่เรียงไปจนท้ายสุด ประถมศึกษาปีที่ 6 และเสียงเพลงชาติวันนี้ เป็นการบรรเลงขลุ่ยเดี่ยว และเป็นใครไปไม่ได้ อีกาเป็นผู้บรรเลง จับจององอาจด้วยความมั่นใจขับขานแต่เพียงผู้เดียว โดยปราศจากเสียงขับขานของเด็ก ๆ 299 คนอย่างที่เคยร้องพร้อมกันทุก ๆ เช้า แต่ละเสี้ยวคำของเพลงชาติ อีกา รู้ดีว่า อยู่ ณ จุดใดของขลุ่ย เด็กนักเรียนเงียบสนิท ยืนตัวตรงไม่วอกแวก ธงชาติปลิวพัดสบัดพริ้ว การที่เด็ก ๆ เงียบนั้นหาใช่เพราะเด็ก ๆ ซึ้งตรึงใจในเสียงขลุ่ยของอีกา อันใด แต่เพราะเป็นเพลงชาติไทย ที่เด็กนักเรียนถูกสอนตั้งแต่ ประถมศึกษาปีที่ หนึ่ง ให้เงียบ ส่วนครูสุวิภา ใบหน้าย่อมเป็นกระด้ง รอยยิ้มเผยกว้างเกินจินตนาการเหมือนเดิม

ครูบุญยัง ยืนมองแต่ไกล แต่เสียงขลุ่ยเช่นนี้ แม่บุญยังเข้าใจจดจำได้อย่างลึกซึ้ง ว่าเสียงลมแต่ละเสี้ยวที่พัดพาส่วนของเสียง แต่ละท่วงทำนอง แต่ละท่วงสร้อยคำ ผู้ใดเป็นคนเป่า แม้ไม่เห็นตัวตนผู้เป่า แม่บุญยังก็รับรู้ได้ ว่าเป็นใคร

เสียงเพลงชาติจากขลุ่ยได้จบลง ครูเปี่ยมสุข ปรบมือยืนเคียงข้าง เพียงคนเดียว ไม่นานนัก เริ่มมีเสียงปรบมือตามครูใหญ่ แต่เสียงที่ปรบมือดังที่สุด ต้องยกให้ ครูสุวิภา ครูประจำชั้น อีกา นั่นเอง อีกาไม่แน่ใจ ต้องโค้งคำนับเหมือน วาทยากร ชื่อดังที่เขาทำกันหรือไม่ แต่อาการกริยาที่ อีกา ถนัดมากที่สุด คือการไหว้และก้มศรีษะเล็กน้อย

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 14

เสียงขลุ่ยไม่เป็นเพลง ดังขึ้นใกล้ทุงนา พี่เบิ้มกินหญ้าไปโดยไม่ได้สนใจว่า อีกา จะทำอะไร เป่าอะไร เสียงอะไร แต่อีกา ทึกทักเอาว่า พี่เบิ้มคงได้ยินเสียงขลุ่ยบ้าง "เป่าขลุ่ยที่ดี ต้องเอาใจเป่าเข้าไปในขลุ่ย และนิ้วแต่ละนิ้ว สิบนิ้ว ต้องเคลื่อนไหวแบบสายน้ำไหล" ประโยคนี้ยังคงฝังแน่น ที่อีกา จดจำ และนึกถึง ลุงขอทาน ที่ไม่เจออีกแล้ว ว่าเคล็ดลับของมันอยู่ตรงไหน รหัสลับอยู่ที่ใด ทำไม อีกาเป่าขลุ่ยแล้ว เสียงไม่ไพเราะเพราะพริ้งเหมือน ลุงขอทานเป่าเอาเสียเลย

โด ซอล เร ฟา นี่คือเสียงขลุ่ยของอีกา เป็นจังหวะเพลง ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ต้องคล้องจองตามคีตกวีที่เสริมเขียนแต่งใด ๆ แม้แต่โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ท หรือ ลุดวิจ ฟาน เบโทเฟน หรือ พระอภัยมณี แม้กระทั่ง ลุงขอทาน ก็ยากจะเลียนแบบทำได้อย่าง อีกา เป่าได้ เพราะเสียงที่ออกมา คือจังหวะตามใจฉัน เสียงสูงต่ำ ยาว สั้น ก็ตามใจฉันอีก ไม่ยึดติดในตำราใด ๆ

ก้าวทีละก้าว ก้าวเดินไปโรงเรียน ขาไป หนึ่งหมื่นก้าว ขากลับหนึ่งหมื่นก้าว หนึ่งปี กี่แสนก้าวหนอ ก้าวเดิน จะเหมือนเป่าขลุ่ยไหมหนอ อีกา ได้แต่นึกคิดแต่เพียงลำพัง โด เร มี ฟา ซอล ลา ซี โด นี่คือภาษาทดแทนเสียงดนตรี ที่ครูบรรเลง สอนเป็นเกริ่นนำในวิชาดนตรี ทั้ง ๆ ที่เสียง ตด หรือ เรียกให้สุภาพ คือ ผายลมนั้น ก็คือเสียง เสียงทะเลาะตบกระชากลากถู ก็คือเสียง เสียงพระสวดมนต์ ก็คือเสียงอีก แม้แต่เสียงสุนัขไล่กัด ก็คือเสียง แต่เสียงทะเลาะคำไหน คือเสียง โด เร มี ซอล ลา ซี โด อีกาแยกไม่ออก แม้แต่เสียงเอี๊ยด คราปิดประตูส้วมเพื่อปล่อยปุ๋ยชั้นดีให้กับสวนผัก แม้เสียงจะสั้นกระชับ ก็ยากที่จะเข้าใจได้ว่า คือเสียงโน๊ตตนใด

แม่บุญยัง เห็น อีกาลูกรัก มะงุมมะงาหรา กับเจ้าท่อนไม้ที่เรียกว่าขลุ่ย ก็อดที่จะไปข้องแวะพูดคุยไม่ได้ แม้มือทั้งสองข้างเปรอะเปื้อนกับดินโคลน ลูกจ๋า การเป่าขลุ่ย ไม่แตกต่างจากการเดินเท่าไหร่หรอกลูก กว่าลูกจะเดินได้ เหมือนทุกวันนี้ ระยะเริ่มต้น หนูต้องล้มครั้งแล้วครั้งเล่า ต้องเดินด้วยความระมัดระวังมากขึ้น เพื่อไม่ให้ล้ม เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกเจ็บ แม้หลายคนที่เดินถนัด นักวิ่งทีมชาติ หรือนักเดินเร็วทีมชาติ หรือการเดินของใคร ๆ ก็ตาม หลายคนเดินแบบไม่ใช่เดิน เดินแบบใจลอย เดินแบบไร้สติ จนตนเองคิดว่า เดินก็คือเดิน ไม่ต้องไปขบคิดว่า นี่คือเดิน แต่ใจไปคิดเรื่องต่าง ๆ มากมายที่ไม่ควรคิด แต่ตุตะคิดไปเองว่า จำเป็นต้องคิด หรืออดคิดไม่ได้ หรือสมยอมเป็นทาสตระหนกคิด

แม่เล่นดนตรีไม่เป็น และไม่เคยเล่นมาก่อน แต่แม่คิดว่า การเป่าขลุ่ย ก็ไม่แตกต่างกับการปลูกข้าว ไม่แตกต่างกับการก้าวเดิน ลูกลองเป่าทีละเสียง จนจิตใจของหนู ไม่ต้องเป่า ก็จดจำเสียงนั้นได้อย่างแม่นยำว่า คือเสียงโน๊ตอะไร เสียงโน๊ตตัวไหน แม้แต่เสียงนกร้อง หรือ พี่เบิ้ม ทักหนู คือเสียงอะไรบ้าง โดยมาเทียบเคียงกับเสียงขลุ่ย คือเสียงช่องใดของขลุ่ย ถ้าทำได้ดังนี้ หนูจะเป็นคีตกวีของโลกได้ไม่ยาก

โด เร มี ฟา ซอล ลา ซี โด โด เร มี ฟา ซอล ลา ซี โด โด เร มี ฟา ซอล ลา ซี โด ....

แม่ หนูช่วยแม่นะครับ จ่ะ

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 13

แม่ครับ ซื้อจักรยานให้หนูปั่นไปโรงเรียนจะดีไหมครับ แม่ จากที่อีกาเดินไปโรงเรียน ระหว่างทางเห็นเด็กนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน ขี่ปั่นไปหลายต่อหลายคน ในละแวกเส้นทางไปโรงเรียน มี อีกา เพียงคนเดียวที่เดินไปโรงเรียน ระยะทางไกลหรือไม่ อีกา ไม่อาจจะหยั่งให้สุดได้ว่าอะไรคือใกล้ไกล เพราะอีกา เดินย่างก้าวไปโรงเรียนทีละก้าว ลูกรักของแม่ ที่แม่ให้หนูเดินไปโรงเรียนนั้น เป็นสิ่งที่ดีมากเลยนะครับ อีกาตั้งใจฟังมากกว่าใจจดจ่อความต้องการจักรยาน ลูกรู้ไหม ทำไมลูกถึงมีสมาธิในการเรียนหนังสือมากกว่าเพื่อนร่วมห้อง ลูกรู้ไหมทำไมลูกถึงได้แข็งแรงไม่เป็นที่ต้องการของโรคภัยไข้เจ็บแม้แต่จะมาสกิดเพียงน้อยนิด อีกามองแม่บุญยังพูดอย่างตั้งใจ เป็นเพราะลูกเดินไปโรงเรียนแบบย่างก้าวเดินนับเลข จากหนึ่งก้าว และก้าวสุดท้าย ครบหนึ่งหมื่น แม้ระยะการเติบโตทำให้ขาของอีกายาวช่วงขึ้นระยะอาจจะไม่ครบหนึ่งหมื่นก้าวก็ตาม แต่นี่คือสิ่งวิเศษที่ทำให้ลูก เป็นลูกแม่ รู้หรือยังว่า ที่แม่ถามทำไม ทำไม นั้นว่ามันคืออะไร อีกายิ้มรับ ครับแม่ อีกา หอมแก้มแม่หนึ่งฟอด

เงินทุกบาททุกสตางค์ แม่บุญยังแทบไม่ต้องจับจ่ายใช้สอยซื้อหาที่ใคร ๆ คิดว่าจำเป็น เครื่องบำรุงผิว สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน เครื่องปรุงแต่งร่างกายทั้งหมด แม่บุญยังล้วนใช้สิ่งทดแทนที่หาได้โดยรอบบ้านมา บำรุงบำบัดเสริมแต่ง ตนเองได้ด้วยตนเองทั้งสิ้น ยิ่งวิตามินเสริมให้เนื้อหนังเต่งตึงเพื่อให้ดูดีหลอกอายุเพียงภายนอก ก็ไม่จำเป็นแต่อย่างใด มิใช่ แม่บุญยังปลงปล่อยวางต่อชีวิตเท่านั้น แต่สรรพสิ่งที่ แม่บุญยังกินนั้น ล้วนเป็นยาบำรุงชั้นดี จึงไม่แปลกที่รูปร่างหน้าตาแม่บุญยังจะอ่อนกว่าวัยที่เพื่อนบ้านอายุไล่เลี่ยกัน เกิดความต่าง มีแต่เงินที่ไปทำบุญบ้าง เป็นบางครา แม่บุญยังรู้ดี เงินทุกบาททุกสตางค์ จะเก็บหอมรอมริบกระเหม็ดกระแหม่ เพื่ออีกาแต่เพียงผู้เดียว แม่บุญยังรู้ดี ชีวิต เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเป็นธรรมดาเหลือเกินที่ยากจะหลีกพ้น และไม่รู้ว่า เสียงกริ่งตั้งเวลาตายมันจะถึงเมื่อใด เวลาใด หรือแม้กระทั่ง โทรศัพท์มือถือ ที่เริ่มระบาดขนาดหนัก ไม่แตกต่าง มือถือ คือยาเสพติดชนิดหนึ่ง ที่หลากหลายคนใฝ่หาใฝ่คว้าจับจองมาเป็นเจ้าของ เพื่อให้ดูเหมือนรู้สึกว่า เป็นมนุษย์มากกว่าคนธรรมดาที่เคยเป็น บางคนมีสองเครื่องเพื่อให้ดูดียิ่งขึ้นกลายเป็นมนุษย์ซ้อนมนุษย์ อีก หนึ่งชั้น และไม่แน่ใจว่า ถ้ามี สามเครื่อง จะเพิ่มความเป็นมนุษย์มากขึ้นอีกหรือไม่ แต่สำหรับแม่บุญยัง สิ่งเหล่านี้คือความลวงหลอก ให้กิเลสครอบงำกักขังให้ติดอยู่ในวังวนของคุก โดยมีกรงขังชื่อว่ากิเลส ตามติดปิดกั้นอิสระภาพโดยไม่รู้ตัว

ข่าวเช้านี้ อดีตนายกรัฐมนตรี เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งแล้ว แม่บุญยังได้แต่ฟัง ระดับนายกรัฐมนตรี มะเร็งไม่เกรงกลัวเลยหรือจึงไปแตะต้องคนระดับนายกรัฐมนตรีได้ แม่บุญยังนึกในใจ ทำไมหนอ มะเร็งถึงได้คร่าชีวิตคนไปมากเสียเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่แม่บุญยังรู้ดีว่า เจ็บไข้ได้ป่วยทุก ๆ โรคล้วนมาจากวิถีชีวิตการกินทั้งสิ้น แม่บุญยังไม่แน่ใจเหมือนกัน ถ้าได้เป็นคุณนายเคียงข้างนายกรัฐมนตรี จะมีโอกาสสุขภาพแข็งแรงอย่างที่เป็นอยู่หรือไม่ แต่ละมื้ออาหารจานละหลายร้อย หลายพัน ล้วนแฝงด้วยยาพิษทั้งสิ้น แม้ส่วนประกอบอาหาร จะมีใบรับรองผ่านมาตรฐานว่าปลอดภัย แม้การกินรสหวานที่แต่งเติมจากน้ำตาล ก็คือยาพิษชนิดหนึ่งที่สะสมไปเรื่อย ๆ ทำลายล้างตัวตนได้โดยไม่รู้ตัว และคงไม่ต้องไปรวมเนื้อสัตว์ที่เต็มไปด้วยสารเร่งเนื้อแดง แม้แต่เนื้อสัตว์ ก็เป็นอาหารที่ผิดวิสัย คนจะไปกิน แม่บุญยังได้แต่ปลง ทำไมเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จึงจะรู้พิษภัยกับอาหารการกิน แต่ในใจยังดีใจขึ้นมาบ้าง ที่ครูเปี่ยมสุข ซึ่งเป็นครูใหญ่ ได้รณรงค์ ให้เด็กนักเรียนกว่า 300 ชีวิตได้กินอาหารที่วิเศษที่แสนธรรมดาที่คนหลายคนมองไม่เห็น และแม่บุญยัง เป็นส่วนหนึ่งที่สอนสั่งให้ โรงเรียนเต็มไปด้วยสวนผักนานาพันธุ์ให้นักเรียนกินกัน ไม่เพียงเท่านั้น ยังได้เชิญชวนให้เด็กนักเรียนไปบอกกล่าว พ่อ แม่ มาร่วมกินอาหารวิเศษกัน แม้จำนวน พ่อ แม่ เด็กนักเรียนเข้าโครงการ อาหารวิเศษไม่มากนัก แต่สำหรับเด็กนักเรียนส่วนใหญ่กินกันและเห็นคุณค่า ก็ถือว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากแล้ว

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 12

สวัสดีครับ นักเรียนทุก ๆ คน ครูมารับหน้าที่ครูใหญ่ ที่โรงเรียนนี้ ไม่น้อยกว่า หนึ่งเดือน ถึงเวลาแล้วที่โรงเรียน ณ ที่นี้ ต้องมีนักเรียนที่ปลอดโรค ครูและคณะครู ได้ปรึกษาหารือกันแล้ว โดยใช้ระบอบประชาธิปไตยเข้ามาใช้ในการทำงานของครู อีกานึกในใจ ที่แม่บุญยังไปลงคะแนนเลือก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ เลือกตั้ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านแน่ ๆ ครูไม่ต้องการเห็นเด็กนักเรียนเรียนเก่ง แต่สุขภาพอ่อนแอ หมักหมมด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ครูคิดว่า สุขภาพของนักเรียนต้องมาก่อน เด็กดี เด็กเก่ง ครูและคณะครู ได้ข้อสรุปว่า อาหารที่กินกันช่วงกลางวันนั้น จะต้องกินอาหารให้เป็นยาป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ โดยไม่ต้องรอให้เจ็บป่วยก่อนแล้วจึงกินยา ครูจึงมีความคิดว่า พลิกดินทั้งหมดที่โรงเรียนมีอยู่เป็นทองให้ได้ เด็กมองกันตาใส ๆ ทอง ทอง ทอง ทองที่ว่านี้ คือทุก ๆ พื้นที่ยกเว้นสนามกีฬา จะให้นักเรียนช่วยกันปลูกผักไว้กินกันเอง ปลูกเองกินเอง

เรื่องผัก ในหมู่บ้านแห่งตำบลนี้ ต้องยกให้ แม่บุญยัง ไม่ว่าวิธีการปลูกมะพร้าวให้ออกลูกเร็ว มะละกอให้ออกลูกดกใหญ่ล่ำ สารพัดผัก แม่บุญยังคือครูเกษตรตัวยง ใจหนึ่งครูใหญ่หวังช่วยเหลือ อีกา ทางอ้อม จึงเชิญแม่บุญยังเป็นครูชั่วคราว สอนวิธีการปลูกผัก ทำปุ๋ยจากธรรมชาติ โดยได้ค่าตอบแทน เดือนละ เก้าพันบาท เงินนี้ถือว่า ไม่มากนักสำหรับคนอันมีจะกิน แต่สำหรับแม่บุญยัง เงินจำนวนนี้ต่อเดือน ถือว่า มากกว่าที่เคยเก็บผักขายหลายเท่าตัว

คนที่ดีใจมากกว่าใครเพื่อนคือ อีกา อีกาไม่ได้ดีใจที่แม่บุญยังได้เงินเดือน และไม่ได้ดีใจว่า แม่บุญยัง เป็นครูชั่วคราว ที่นักเรียนเรียกว่า ครู แต่อีกาดีใจที่แม่บุญยังจะเป็นเพื่อนเดินทางไปโรงเรียนเกือบทุก ๆ วัน

ครูบุญยัง ครูใหญ่ทักทายและไหว้ สวัสดีครับคุณครู อีกาไหว้ครูใหญ่ ส่วนแม่บุญยัง รับไหว้ครูใหญ่ ครูบุญยัง ได้รับการต้อนรับจากคณะครูด้วยดี อาจจะด้วยความเกรงอกเกรงใจต่อครูใหญ่ด้วยระดับหนึ่ง ส่วนนักเรียนร่วมห้องอีกา ไม่ใคร่จะสนใจเท่าใดนัก

ครูบุญยังสอนเด็กนักเรียนทุกชั้นเรียน ทุก ๆ ห้อง แม้กระทั่งเด็กประถมศึกษาปีที่ 1 เพราะการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องรู้ทั้งหมด หรือรู้อะไรเลย แต่อย่างน้อยเด็กได้สัมผัสจากส่วนใดของร่างกาย ครูบุญยังถือว่า เด็กได้เรียนรู้แล้วโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญเวลาให้นักเรียนลงมือปฏิบัติ เด็ก ๆ จะชอบ เพราะจะได้เล่นไปด้วย และครูบุญยัง จะไม่ห้ามปรามดุติติง นักเรียน ครูบุญยังถือว่า เด็กมีความสุขคือยาวิเศษที่มองไม่เห็น ส่วน นักเรียนชื่อ อีกา แทบไม่ต้องสอน ถ้าวิชานี้มีการสอบ อีกาย่อมได้ที่ 1 โดยไม่ต้องสงสัย ไม่ใช่เพราะครูบุญยัง เป็นแม่อีกา แต่วิชานี้ อีกาเรียนรู้มาตั้งแต่พอพูดเรียกคำว่า แม่ ได้คำแรก

ไม่นานนัก พื้นที่ของโรงเรียนเต็มไปด้วยพืชผักสารพัดนึก ทุก ๆ มื้อกลางวันเด็กนักเรียนจะกินผักเป็นสำคัญ แม้แรก ๆ เด็กนักเรียนไม่น้อย ต่างบ่ายหน้าหนี ส่วนอีกา คำว่า บ่ายหน้าหนีนั้น คงจะยาก กลางวัน ต่อกลางวันถัด ๆ ไป เด็กนักเรียนเริ่มกินกันมากขึ้น สิ่งที่ยากที่สุด คือครูแต่ละคนต้องใช้ภาษาพูดโน้มน้าว โฆษณา ให้ชนะใจนักเรียน เพื่อกินผักเหล่านั้นให้ได้ โดยจัดกิจกรรม แข่งขัน ให้รางวัล โดยห้ามบังคับขู่เข็ญข่มขืนใจ เด็กนักเรียนโดยเด็ดขาด นี่คือนโยบายของครูใหญ่ ที่ไม่รอคำปรึกษาโดยใช้ระบอบประชาธิปไตยในการตัดสินหาข้อยุติ

ไม่นานนัก ประวัติการลาป่วยของเด็กนักเรียนโดยรวม น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด อาจจะมีบ้างลาป่วยปลอม ๆ ความสำเร็จงานนี้ ได้รับคำชื่นชมจาก ศึกษาธิการจังหวัดเป็นอันมาก ทำให้ โรงเรียนห่างไกลเมือง เพื่อนโรงเรียนด้วยกันไม่ค่อยรู้จักมักคุ้น กลายเป็นชื่อโรงเรียนติดหู ของ ครูใหญ่ ผู้อำนวยการ โรงเรียนต่าง ๆ ในจังหวัดนี้ และแน่นอนที่สุด ครูเปี่ยมสุข เป็นที่รู้จักมากขึ้นของครูต่างโรงเรียน

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 11

สนใจจะเล่นดนตรีอะไรซักอย่างไหม เสียงผ่านมาทางครูสุวิภา ถึงตัว อีกา อีกา นึกคิดเล็กน้อย มีดนตรีอะไรบ้างครับ เป็นดนตรีไทย ๆ นะค่ะ ขลุ่ย จะเข้ ระนาด ซออู้ ซอด้วง และอีกหลายอย่าง เป็นต้น อีกา ต้องแปลกใจ โรงเรียนขนาดเล็กที่ห่างไกลจากตัวเมือง จะมีเครื่องไม้เครื่องมือเช่นนี้มาได้อย่างไร ส่วนคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องกล่าวพูดถึงว่าเคยเห็นบ้างหรือไม่ และไม่ต้องวาดฝันจะได้ลูบจับหรือเปล่า อีกา งง ๆ กับสิ่งแปลกใหม่ของโรงเรียน ตามคำกล่าวเชิญชวนของครูสุวิภา สัปดาห์ที่ผ่านมา พอดี ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของประจำจังหวัดนี้ ได้บริจาคมา ครูเห็นว่า อีกา น่าจะสนใจ ครูสุวิภา รู้ดีว่า อีกา เป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้งกลางพงกลางหญ้า โดยแม่บุญยังเก็บมาชุบเลี้ยง ป้อนน้ำป้อนข้าว ส่วนใหญ่เด็กเหล่านี้จะมีบาดแผลกลางใจที่ลึก ๆ ยากจะเยียวยา แม้นอาการนิสัยที่การแสดงออกของอีกา ไม่เป็นที่ระรานเกรี้ยวกราดต่อเพื่อน ๆ และครู ก็ตาม

อีกา นึกย้อนหลังไปสองปีก่อน คราวไปทำบุญเดือนสิบที่วัด มีขอทานเป่าขลุ่ยเสนาะหูเสียเหลือเกิน อีกา ได้แต่ยืนมองขอทานอายุมากกว่าแม่บุญยัง เนื้อตัวผอมสูง แต่ไม่มีกลิ่นโสโครกขี้ไคล ตัวสะอาดสะอ้าน อีกาไม่มีเงินจะมอบให้เพื่อเป็นรางวัลแห่งเสียงขลุ่ยที่จับจิตจับใจ อีกาทำได้เพียงแต่ เก็บดอกไม้ที่ขึ้นตามยะถากรรม เก็บรวมรวมได้ หนึ่งช่อกำมือ แล้วเอามาใส่กระป๋องที่วางอยู่หน้าชายผู้นั้น ชายขอทานไม่ได้หยุดเป่าขลุ่ยแต่อย่างใด ยังเป่าไปเรื่อย ๆ เหมือนมองไม่เห็นว่า ใครเดินผ่านไปบ้าง ใครจะใส่เงินลงกระป๋องบ้าง หรือแม้กระทั่งคงไม่สนใจว่า ใครจะเอาเงินใส่กระป๋อง สองบาท แต่หยิบเงินทอนไป สิบบาท เสียงเพลงของขลุ่ย กระทบหูโสตประสาทของอีกา จนเคลิ้มหวาน ไม่นานนักเสียงเพลงก็หยุดลง

ขอบใจนะ หนูชื่ออะไรหรือ อีกาครับ ชายผอมสูงไม่ได้รังเกียจสีผิวของอีกา เลยแม้แต่น้อย พูดจาด้วยความโอบอ้อมอารี และลึกซึ้งในน้ำใจของอีกา ที่ได้มอบดอกไม้อันล้ำค่า ผมไม่มีเงินนะครับ ลุง ชายขอทานได้แต่ยิ้ม และเข้าใจดีว่า อีกากำลังจะบอกอะไร ชายขอทานจึงเอาเงินในกระป๋องออกมานับได้ 48 บาท และยื่นเงินให้อีกา ไป สิบบาท ผมรับไม่ได้หรอกครับลุง ผมคิดว่า ลุงลำบาก จำเป็นต้องใช้เงิน ลุงเก็บไว้ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นเถอะครับ แม้ผมไม่มีเงินติดตัวมาเลย แต่ผมมีแม่บุญยังป้อนผักป้อนข้าวอิ่มท้องทุก ๆ มื้อ แม้ผมจะผอมไม่มีเนื้อไม่มีหนัง แต่หมอและพยาบาลที่มาตรวจสุขภาพของนักเรียน เขาชมผมนะครับว่า แข็งแรงกว่าใคร ๆ ไม่มีโรคภัยอะไรเลย ทั้งปีทั้งชาติ ผมไม่รู้จักรสชาติไข้หวัดเลยครับ

รอลุงอยู่ตรงนี้นะ ไม่นานนัก ชายที่แปลกหน้า ไม่รู้จักกันมาก่อน และเพิ่งจะเจอเป็นครั้งแรก สองมือถือไอศครีมมา สองถ้วย ลุงกินคนเดียวไม่หมดหรอก ลุงขอให้หนูช่วยกินเป็นเพื่อนลุงหน่อยได้ไหม อีกา รีรอเล็กน้อย ไอศครีมกำลังเริ่มละลาย แววตามองอย่างโหยหา เพราะโอกาสน้อยครั้ง ที่อีกา จะได้ลิ้มลอง เอาเถอะลุงตั้งใจซื้อมาให้ สองมือพนมขอบคุณครับลุง สอง ลุงและเด็กชายแปลกหน้า สำหรับลุง แต่ไม่แปลกใจเมื่อคนทั้งสองได้พูดคุยกันอย่างถูกคอ ลุงชอบเป่าขลุ่ย มาตั้งแต่เด็ก ๆ พ่อของลุงก็ชอบเป่าขลุ่ย พ่อของลุงจึงมอบมรดกชิ้นเดียวที่พ่อของลุงมี คือวิชาเป่าขลุ่ย

การเป่าขลุ่ยที่ดี อย่าคิดแค่เอาลมทางปากเป่าให้มีเสียงที่แตกต่างลำดับชั้นกันไปแค่นี้เป็นพอ แบบนี้ถือว่าเป็นการเป่าขลุ่ยแบบฉาบฉวย เป่าแบบนี้เป็นการพ่นลมเข้าไปในขลุ่ยเท่านั้น ไม่ใช่เป่าขลุ่ย เป่าขลุ่ยที่ดี ต้องเอาใจเป่าเข้าไปในขลุ่ย และนิ้วแต่ละนิ้ว สิบนิ้ว ต้องเคลื่อนไหวแบบสายน้ำไหล จึงจะเรียกว่าเป่าขลุ่ย สนใจเป่าไหม อีกา ส่ายหัว เพราะมึนงงกับคำพูดของชายขอทานอย่างยิ่ง แต่อย่างน้อย อีกา ได้ยินได้ฟัง ไม่แตกต่าง คำว่า แม่ ที่แม่บุญยังเคยพร่ำสอน จนได้คำแรกว่า แม่ โดยขณะนั้นไม่เข้าใจลึกซึ้งในคำว่าแม่เป็นอย่างไร คุยกันนานแค่ไหน จนมีเสียงเรียก อีกา อีกา ไม่ใช่ใครอื่นไกล แม่บุญยัง อีกา หยุดการสนทนาระหว่าง ชายแปลกหน้าแต่ไม่แปลกใจ ชั่วขณะ และขอตัวไปหาแม่บุญยัง

เป่าขลุ่ยที่ดี ต้องเอาใจเป่าเข้าไปในขลุ่ย และนิ้วแต่ละนิ้ว สิบนิ้ว ต้องเคลื่อนไหวแบบสายน้ำไหล ประโยคนี้ได้ผ่านโสตประสาทหูเพื่อพักรอให้ อีกา ขบคิดโดยไม่รู้ตัวว่า แท้ที่จริงความหมายรหัสลับมันคืออะไรกันแน่ แม้มาวัดทุก ๆ ครั้ง อีกา พยายามมองหา ชายขอทาน เพื่อพูดคุย แต่อีกาก็ต้องผิดหวังอยู่ร่ำไป แม้เป็นเดือนเป็นปี ก็ไม่มีวี่แววจะเห็นชายขอทานนั้นอีกเลย

ขลุ่ยแล้วกันครับครู ดีจ่ะ ครูจะจับจองขลุ่ยไว้ให้ อีกา แล้วกันนะ ครับคุณครู ครูจะเขียนชื่อแปะไว้ แถมเอากาวตราช้างสำทับอีกทีดีไหม อีกายิ้มฟันขาว ไม่ใช่อีกาดีใจจะได้ขลุ่ย แต่ปลื้มปิติที่ครูสุวิภา เอาใจใส่เอ็นดู

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 10

เทอดเกียรติ มโนการ: เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 10: "ครูครับ ทำไม ต้องจองจำจำกัดเสรีภาพ ของสัตว์เหล่านี้ด้วยครับ นี่คือคำถามคราว อีกาไปเที่ยวสวนสัตว์ หรือคำให้ดูดีอีกเล็กน้อย ไปทัศนศึกษาที่สวนส..."

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 10

ครูครับ ทำไม ต้องจองจำจำกัดเสรีภาพ ของสัตว์เหล่านี้ด้วยครับ นี่คือคำถามคราว อีกาไปเที่ยวสวนสัตว์ หรือคำให้ดูดีอีกเล็กน้อย ไปทัศนศึกษาที่สวนสัตว์ แต่คำตอบของ ครูสุวิภา ให้คำตอบ อีกา งง ๆ สงสัย ยากที่จะน้อมรับเชื่อโดยง่าย แม้ครูสุวิภา เป็นครูประจำชั้น และสอนหลากหลายวิชา ที่ อีกา น้อมเคารพเชื่อฟังมาเสมอชนิดไม่ตะขิดตะขวงใจ

แม่ครับ ที่สวนสัตว์ ทำไม ต้องจองจำจำกัดเสรีภาพ ของสัตว์เหล่านี้ด้วยครับ แม่บุญยัง ตอบโดยไม่รีรอ เพราะรู้ดีว่า อีกา มีนิสัยเป็นอย่างไร และคำแรกที่แม่บุญยังได้สอนให้ อีกา เป็นคำแรก แม่ แม่ แม่ และ แม่ คำแรกที่ อีกา ก็ต้องเป็นคำว่า แม่ คำแรกนี้ แม่บุญยังจำได้ดี กับคำว่า แม่ ทำให้แม่บุญยัง ปลื้มปิติยากจะคาดเดาได้ว่า มากเพียงใด หยดน้ำตาร่วงลงโปรยตรงแก้มที่เบาเนียนทั้งสองแก้ม ขณะเดียวกัน แม่บุญยังไม่เคยสอนให้ อีกา เรียก คำว่า พ่อ เลย

โรงเรียนแม่บุญยัง มีหลังคาปกคลุมไปด้วยใบไม้ ที่เก็บพับปูกันแดดกันฝน มีนักเรียนเพียง คนเดียวกับ 1 ตัว มีครู 1 คน แม่บุญยังถนัดวิชาชีวิต มากกว่า วิชาภาษาอังกฤษ ส่วนวิชาคณิตศาสตร์ แม่บุญยังสอนให้ อีกา เดินนับก้าวไปโรงเรียน ตั้งแต่อีกาพอนับเลขได้ วิชาสังคม แม่บุญยังพาอีกาไปวัด เดินเล่นตามประสาเด็ก ๆ โดยไม่ได้บรรยายอะไรมากนัก เหมือนมัคคุเทศน์เกริ่นนำพร่ำบอกยัดเยียดให้นักท่องเที่ยวได้รับฟัง วิชาพลศึกษา แม่บุญยังให้ อีกา เดินไปโรงเรียนระยะทางไม่ใกล้ไม่ไกล หนึ่งหมื่นก้าวที่อีกา จดจำได้ดี วิชาสุขศึกษา แม่บุญยังและอีกากินผักสดที่ปลูกขึ้นเองเป็นสำคัญ ด้วยความจำยอมเรื่องรายได้ที่จะไปหาซื้อมาพยุงชีวิต

ลูกจ๋า ทุก ๆ ชีวิต รักและหวงแหนชีวิตทั้งสิ้นนะลูก แม้สัตว์เหล่านั้นจะถูกจองจำไม่ให้ไปไหนก็ตาม แต่ชีวิตจริงของเรานั้น หลายครั้งหลายคราก็ต้องจองจำโดยจำยอมก็มีไม่น้อย บางครั้งเผลอไม่รู้ตัวเสียด้วยว่าถูกกระทำอยู่ และผู้กระทำจองจำนั้น หาใช่ตำรวจ หรือพัสดี แต่อย่างใด แต่เป็นตัวของเราเอง การที่แม่ไม่มีพ่อ อยู่เคียงข้าง เพื่อให้ลูกได้เรียกว่า พ่อ นั้น แม่เองเต็มใจที่จะจองจำรักของแม่เก็บไว้ให้กับ พ่อคมกริบ ไม่ให้ชายใด เข้ามาปลดโซ่ตรวนดวงใจของแม่เอง แม่เต็มใจเช่นนั้น จะถือว่า ดวงใจของแม่ถูกขังคุกด้วยรอยยิ้ม ด้วยความพึงพอใจส่วนตัว ไม่รู้สึกอึดอัด หรือแม้กระทั่งขาดซึ่งอิสรภาพแต่อย่างใด พ่อคมกริบ ที่แม่พาผมไปงานศพ หลายวันก่อนนะหรือครับแม่ ใช่จ่ะ แม่บุญยังพูดไป น้ำตาคลอเบ้าตาไป แต่พยายามเก็บความเศร้าไว้ตรงใจกลางลึกของหัวใจ เพียงเพื่อไม่ให้ อีกา เศร้าสร้อยอยู่แล้ว เพิ่มซ้ำเพิ่มเติมให้ อีกา เศร้ามากไปอีก แต่อาการทุก ๆ อาการ อีกา รับรู้ดีว่า แม่บุญยัง นึกคิดอะไร เศร้ามากแค่ไหน อีกา ทำได้แค่เพียง โอบกอดแม่

ชีวิตคนเรานะลูก มันมีเรื่องราวมากมาย ที่มนุษย์พยายามเสกสรรค์เพิ่มเติมแต่งแต้มด้วยพื้นฐานกิเลสตอกเสาเข็มด้วยความเห็นแก่ตน อะไรอะไร ก็ออกมาผิดธรรมชาติที่ควรจะเป็น แม้กระทั่งเครื่องปรุงอาหารสารพัดยี่ห้อ ที่แม่บุญยังไม่เคยข้องแวะ จะด้วยเหตุผลรองลงมาคือไม่มีเงินเพียงพอจะไปใช้จ่ายในสิ่งไม่จำเป็น แตกต่างกับผู้มีอันจะกินที่ใช้เครื่องปรุงแต่งรสอาหารให้ถูกความเคยชินครอบงำโดยขาดการรู้เท่าทันว่า คือยาพิษที่คอยแทะเล็มจับจองบั่นทอนข่มขืนกระทำชำเราร่างกายของตนเอง จึงไม่แปลกที่อาหารทุก ๆ มื้อ ที่แม่บุญยังจัดหามานั้น ปราศจากเครื่องปรุงแต่งทั้งสิ้น รสจะจืดชืดในความรู้สึกของคนภายนอก แต่จะมีรสขม หวาน เปรี้ยว จากเนื้อแท้ ของพืชต้นฉบับของมันเองทั้งสิ้น

อีกาฟังแม่ไป ผ่านหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่อาจจะเข้าใจคำแปลกใหม่เกินกว่า อายุเพียงแค่นี้เข้าใจอย่างลึกซึ้งได้ ไม่แตกต่างที่อีกา เรียกคำว่า แม่คำแรก ว่า แปลว่าอะไร แต่รู้เพียงอย่างเดียวว่า หน้าตาแบบนี้ คือ แม่

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 9

นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 2 ขึ้นรถบัส คันที่ 1 เสียงนี้ เป็นใครไปไม่ได้ โฆษกประจำโรงเรียนนั่นเอง ครูประทวน พูด 2 ครั้ง เด็กนักเรียนเดินขึ้นรถบัสอย่างเป็นระเบียบ อีกา นั่งใกล้คนขับ เพื่อให้จ้องมองเห็นว่า คนขับรถเขาทำอะไรกับรถบ้าง เข้าเกียร์จังหวะอย่างไร เหยียบคันเร่งจังหวะใด และที่สำคัญที่สุด อีกา ต้องดูสีหน้า แววตาคนขับด้วยว่า จะมีอาการเมายาบ้าไหม ประสบการณ์ยาบ้า อีกา ไม่เจอบ่อยนัก แต่เมื่อเกิดอาการบ้า อีกาจำได้ ว่า มันจะบ้าจริง ๆ และจะพาลพารถบัส ครู 2 คน กับนักเรียนอีก 60 ชีวิต เสี่ยงต่อเส้นทางความตาย บาดเจ็บเอาได้ แม้เส้นทางเป้าหมายไม่ไกลจากโรงเรียนมากนักก็ตาม
 
1 ชั่วโมง 38 นาที ถึงจุดหมาย รถบัส 2 คันจอดสนิท เสียงครูสุวิภา ยืนขึ้น บอกให้เด็กนักเรียนลงจากรถแล้วให้รอครูก่อนนะค่ะ ครูสุวิภา ก้าวลงไปคนแรก นักเรียนก้าวตามอย่างตื่นเต้นไม่รอรีให้เสียเวลา เสียงสรรพสัตว์แว่วมาแต่ไกล ด้วยสัตว์เหล่านั้น คงมีจมูกดีกว่าคน ได้กลิ่นคนมาหา ไม่แตกต่าง ญาติมาเยี่ยมคนติดคุกติดตารางติดจองจำในเรือนจำ แต่ที่นี่เขาไม่ได้เรียกเรือนจำ  แต่ที่แน่ ๆ อีกา ไม่ได้เป็นญาติโกโหติกา กับสัตว์เหล่านั้นเลย แม้จะชื่อ อีกา ก็ตาม

สิ่งแรกที่ อีกา เจอคือช้าง ที่ถูกจองจำด้วยโซ่ตรวนที่แข็งแรงผูกมัดติดแน่นกับเสาหลักขนาดมั่นคง เชื่อว่า แม้ช้างจะตกมัน ก็ไม่อาจจะกระชากหลุดวิ่งเกินขอบเขตบริเวณที่จำกัดได้ ช้างเอ๋ย เจ้าโดนข้อหา ผิดกฏหมายมาตราใดหรือ ถึงได้ถูกจับมาได้ หรือแค่เพียงให้ พวกคนตาดำ ได้มาศึกษาดูท่วงท่าว่าในโลกใบนี้ มีช้างตัวตนจริง ๆ เคลื่อนไหวอย่างไร เจ้าจึงจำใจเสียสละร่างกายทั่้งชีวิต ให้ คน พันธุ์เดียวกับฉัน มาดูเล่น อีกา ไม่ได้ยินดีปรีดา ตื่นเต้นกับการมาสวนสัตว์มากนัก แม้ อีกา ไม่เคยเข้าข้องแวะเวียนคำว่าสวนสัตว์มาก่อน  พี่เบิ้ม เป็นควายเผือกที่แม่บุญยังเลี้ยงไว้นั้น เขาคือพี่ของอีกา ด้วยใจที่รัก ไม่ต้องถูกจองจำใด ๆ ส่วนเด็กนักเรียนคนอื่น ๆ ต่างหยิบยื่นอาหารให้ช้างกิน แต่เบ้าตาของช้างเมื่อเทียบกับร่างกายเทียบกันไม่ได้ มีสายน้ำไหลย้อย ไม่รู้เหมือนกัน ช้างมันตื้นตันใจ หรือเศร้าใจกันแน่

ความแตกต่างระหว่าง สวนสัตว์ กับ เรือนจำ แตกต่างกันไม่มาก เพียงแต่ เรือนจำมีแต่สัตว์ที่อวดอ้างสรรพคุณว่า เป็นมนุษย์ ส่วนสวนสัตว์มีสัตว์ที่ มนุษย์ให้สมญานามว่า เดรัจฉาน เสียงโหยหวนของชนี ลิง นกสารพัดนก ส่งเสียงขับขาน หรือ เสียงร้องไห้ อันนี้อีกา ไม่สามารถจำแนกแยกแยะออกได้ แต่อีกา เข้าใจสัมผัสมองที่ดวงตาของสรรพสัตว์รับรู้ได้ว่า มันเศร้า ไม่แตกต่างจาก แววตาของ อีกา ที่จองจำจับจองมาตั้งแต่เกิด จะพยายามสลัดให้แววตาพันธุ์เศร้า ๆ หลุดออกไปได้

ครูครับ ทำไม ต้องจองจำจำกัดเสรีภาพ ของสัตว์เหล่านี้ด้วยครับ ครู ครูสุวิภา อึ้งกับคำถามนี้ ชนิดคาดไม่ถึงว่าจะมีคำถามที่ยากจะอธิบายเช่นนี้ ครูสุวิภา นิ่งชั่วครู่ คือว่า นี่เป็นสวนสัตว์ นะค่ะ ไม่ใช่สวนสนุก เลยต้องมีสัตว์เป็นธรรมดา ถ้าไม่ขังจองจำ มันก็หนีได้ ครูสุวิภา พยายามอธิบายให้ คนที่เรียกว่า มนุษย์ ดูดี เพื่อบดบังความเห็นแก่ตนไว้เบื้องหลัง

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 8

ท้องฟ้าสีครามโปร่งใส อากาสดชื่น เสียงนกร้องตามทิวทุ่ง พี่เบิ้มร้องภาษาควาย แต่แม่บุญยัง ไม่ได้คดคล้อยลดเลื้อยตามบรรยากาศอย่างที่กล่าว แม่บุญยังอดที่จะคิดถึง คมกริบ ที่เพิ่งจากไปไม่สิ้นความ แม่ไม่สบายหรือเปล่าครับ ไม่เป็นอะไรหรอกลูก แม่สบายดี ทั้ง ๆ ที่ดวงใจของแม่แทบแตกสลายในทุก ๆ วินาทีที่คิดถึง คมกริบ อีกา เป็นเด็กที่ช่างสังเกต ว่าแม่มีอะไรในความในใจ แต่ อีกาไม่ได้สอดแทรกกระแทกคำถามต่อ ๆ กันไปให้ยาวยืดยาวความ ด้วยแววตาของแม่บุญยัง หดหู่ อ้างว้าง เปล่าเปลี่ยว ทั้ง ๆ ที่แม่บุญยัง เลิกลาเป็นคู่ครองเพียงชั่วไม่กี่ปีกับ คมกริบ ก่อนที่แม่บุญยังจะพบเจอ อีกา 18 ปีเต็ม แม่บุญยัง ไม่ได้ไปมาหาสู่คู่รัก ระหว่าง แม่บุญยังกับคมกริบ อย่างที่เคยเป็นในยามหนุ่มแน่น ในยามวัยแตกสาว แต่แม่บุญยังไม่ลืมรักครั้งนี้ และเป็นรักคนสุดท้าย ที่แม่บุญยังจะปล่อยดวงใจดวงนี้ให้กับ คมกริบ แต่เพียงผู้เดียว แม้แม่บุญยังจะไม่สาบงสาบานฟ้าดิน ว่าจะไม่ขอมีรักใหม่ก็ตาม แต่แม่บุญยังทรนงยืนหยัดอยู่ได้ โดยความรักทั้งชีวิต ได้มอบให้กับ อีกา เป็นการเติมเต็ม

ความรัก แม่บุญยังนึกในใจ อะไรหรือคือความรัก ความรักคือการให้โดยไม่ได้หวังอะไรจากคนรักกระนั้นหรือ นี่คือคำถามที่ แม่บุญยังเคยขบคิดเต็มโน้นเต็มนี่ จนได้รู้สูตรที่ไม่ลับว่า ความรักคือการให้ โดยไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน แม้ความรักที่คมกริบมอบให้ ไม่คิดที่จะกอบโกยเก็บไว้แต่เพียงลำพัง ในใจแม่บุญยัง ได้แต่ปลอบโยนตนเอง คมกริบ เขาไปขึ้นสวรรค์แล้วนะ เขาไปดีแล้ว จะเป็นการหลอกตนเองหรือไม่ แม่บุญยัง ก็ไม่อาจจะพิสูจน์ได้ ว่าจริงอย่างที่คิดหรือไม่ แต่อย่างน้อย ทำให้จิตใจของแม่บุญยังเติมสุขอยู่บ้าง เพื่อให้ชีวิตมีเชื้อให้ก้าวเดินต่อไป เพื่อชุบเลี้ยงอุ้มชู อีกา ให้เติบใหญ่

อีกาสารวน รดน้ำพรวนดิน ผัก รอบ ๆ บ้าน แม่บุญยัง จัดการผสมสูตรปุ๋ยที่ทำมาจากธรรมชาติ อย่างที่คนสมัยใหม่ กำลังกล่าวขาน ผักไร้สารเคมี ขั้นตอนการตระเตรียม ผสมคลุกเคล้า จากวัสดุธรรมชาติ ดูเหมือนไม่ยาก แต่ อีกา วัย ชั้นประถมศึกษปีที่ 4 ยังเก้ ๆ กัง ๆ ได้แต่ทำตามคำบอกจากปาก แม่บุญยัง เติมน้ำเปล่า 10 ขัน เรื่องนับเลข อีกา ชำนาญ นับครบ 10 ขันชนิดไม่หลงไม่ลืม ไม่ก้าวข้ามกระโดด ลูกเอ๋ย ความรักไม่ได้จบลงด้วยหญิงชายเสมอไปนะลูก ทุก ๆ อย่างรอบ ๆ ตัวเรา เราสามารถให้ความรักได้เสมอไม่เว้นแม้กระทั่ง ขี้คน ขี้ควาย อีกาได้แต่ฟัง ๆ ยังไม่ประสีประสาว่า ความรักคืออะไร อีกา รู้แต่เพียงว่า ไม่ต้องการทำอะไรให้ แม่เสียใจ นี่คือการแสดงออกถึงคำว่า ความรัก แบบฉบับของ อีกา หรือแม้กระทั่ง ความรักสนิทสนมกับ ราตรี เพื่อนเก่าที่ย้ายไปไหน อีกา ก็ไม่รู้เรื่องราว คือการเห็นอกเห็นใจกัน หลักสูตรเพียงแค่นี้ ก็คือความรักชนิดสมบูรณ์แบบ แม้กระทั่ง การทำปุ๋ย หรือการกระทำใด ๆ ก็ตาม ก็จำเป็นต้องให้ความรัก ทนุถนอมกับมันนะลูก ครับแม่ อีกา ตอบไปอย่างงง ๆ กับ ดินก็ต้องทนุถนอมด้วยหรือ กับสุนัขที่ไล่กัด คราวเดินทางไปโรงเรียน ก็ต้องทนุถนอมน้ำใจสุนัข ที่เอื้ออาทรไล่กัดเป็นพิเศษด้วยหรือ นี่คือคำถามที่ไม่มีคำตอบจากความครุ่นคิดในตัว อีกา

บุญยัง เราจำเป็นต้องไปแต่งงานกับ พิลัยนะ นี่คือคำเกือบ ๆ สุดท้าย ที่ แม่บุญยัง ได้พูดคุยกับ คมกริบ บุญยังไม่ได้ถามเหตุผล ไม่ได้ซักไซร้ไต่สวนให้ได้กระบวนความ ว่าเรื่องราวทำไมถึงได้พลิกผันลงโทษประหารตัดขั้วดวงใจอย่างนี้ บุญยังได้แต่ยิ้มฝืด ๆ โชคดีนะ คมกริบ ขอให้มีความสุขนะ ในใจบุญยัง ได้แต่ท่องย้ำจำให้คำเหล่านี้เกาะฝังแน่นกลางดวงใจ แค่เห็นคนที่ตนรักมีความสุข แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับความรักของเราแล้ว รักนั้นไม่จำเป็นต้องจบลงท้าย แต่งงานกัน อยู่จนแก่เฒ่า เสมอไป และไม่จำเป็นต้องโกรธเกลียดชิงชังคนที่ตนรักหรือจะบอกว่าเคยรัก แต่เบื้องลึกคือยังรักอยู่ก็ตาม ยังคงมุ่งมั่นอยากเห็นคนที่ตนรัก มีความสุข แม้มีคนมากหน้าหลายตา จะพยายามหยิบยื่นช่อดอกไหม้ แม้บางคนจะยื่นดอกหญ้าแทบจะเหมือนกับ คมกริบยื่นให้ครารู้จักกันครั้งแรก บุญยัง ก็ไม่อาจจะเผยรักต่อคนอื่น ๆ ได้ ทำได้แค่อย่างมาก ความรักมนุษย์ที่เกิดมาร่วมโลกเดียวกันเท่านั้น

แม่ครับ เที่ยงแล้วไปกินผักกินข้าวกันเถอะครับ นี่คือคำที่ตัดตอนให้ แม่บุญยังหยุดคิดเรื่องเก่าก่อนไว้ชั่วคราว

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 7

แม่บุญยัง แม่บุญยัง อ้าว แม่สำเนียง ลมอะไรพัดมาหาฉันได้ พ่อคมกริบตายแล้วนะ อะไรนะ แม่บุญยัง ถามย้ำเพราะคำนั้นเป็นคำที่ยากที่เข้าใจ พ่อคมกริบ ตายแล้ว แม่บุญยังเข่าอ่อนนั่งลง โดยไม่เชิญชวนให้ แม่สำเนียงเข้าบ้านแต่อย่างใด และ แม่สำเนียงไม่เกรงจะเสียมารยาท ถือวิสาสะเข้าไปนั่งข้าง ๆ แม่บุญยัง น้ำตาของแม่บุญยังไหลพรากออกมา น้อยครั้งมากที่แม่บุญยังจะพลั้งเผลอเอ่อน้ำตาท่วมทุ่งเช่นนี้ แม่บุญยังนั่งหลับตาชั่วครู่ รักเราชั่วนิรันดร์นะ นี่คือคำที่ พ่อคมกริบและแม่บุญยัง เคยพูดสัญญาต่อกัน แม้คำนี้ไม่ได้ทำสัญยงสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีพยานรับรู้มากกว่า สองคนแต่อย่างใดไม่ พ่อคมกริบ คราวัยหนุ่มแน่น ได้เล็งตามองแม่บุญยังไม่กระพริบตา โดยที่แม่บุญยังไม่ได้ผิดสังเกตว่าใครปองร้าย เอาสายตาส่องตรงอย่างแน่วแน่นิ่ง ทั้ง ๆ ที่แม่บุญยังรู้ตัวดี ชีวิตตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยมีใครจะมาข้องแวะแทะเล็ม ไม่ใช่ว่า แม่บุญยังหน้าตาขี้เหล่แปลกตาจากคนทั่ว ๆ ไป นิสัยไม่ได้หยิ่งยโสเหนือใคร ๆ ก็ไม่ใช่อีก ไม่นานนัก แม่บุญยังได้รับดอกหญ้า ที่จืดชืดแสนธรรมดาที่ขึ้นอยู่สองข้างทางทั่ว ๆ ไป กับรอยยิ้มของชายหนุ่ม ฉันให้เธอ แม่บุญยัง ได้แต่ยืนงง เหมือนถูกชายแปลกความคุ้นเคยแต่ไม่แปลกหน้า สะกดให้แม่บุญยังยืนนิ่ง ตัวตรง แม้ลมจะพัด พายุจะกระหน่ำ ฟ้าจะร้องโครม แม่บุญยังก็ไม่หวั่นไหว เพราะความรู้สึกชั่ววูบ ไม่แตกต่างจากคนที่ตายที่ยืนได้ ดอกหญ้าวางลงข้าง ๆ ตัวแม่บุญยัง ชายหนุ่มนั้นกล่าวด้วยความเชื่อมั่นว่าหญิงนี้ใช่เลย คือคู่ชีวิต ผมชื่อ คมกริบ ไปก่อนนะ

คมกริบเดินไปห่างจนหายลับจากเส้นทางที่ตรงยาวเหยียด แม่บุญยังจึงจะขยับเขยื่อน ตัวยังชา ๆ ไม่แตกต่างในความสงสัย นี่คือความฝันหรือความจริง แต่ที่แน่ ๆ ดอกหญ้าช่อที่ พ่อคมกริบ วางนั้น ยังปรากฏอยู่ ไม่ได้หายไปไหน แม่บุญยังกุมจับดอกหญ้าอย่างทะนุถนอม มองอย่างพินิจดู ทำไมมันสวยงามกว่า ดอกหญ้าสองข้างทาง ที่มองผ่าน ๆ เหมือนไร้ค่า แต่วันนี้ดอกหญ้าที่แสนธรรมดา กลับมีคุณค่าขึ้นมาได้ คืนนั้น แม่บุญยัง นอนไม่หลับ ด้วยความแปลกของดอกหญ้าช่อนั้น หรือ เพราะ ชายหนุ่มคนนั้น ที่เรียกชื่อไม่ถนัด มันเหมือนมันอัดกั้นที่ลำคอไม่ให้กล่าวพูดถึง ว่า คมกริบ เขาชื่อ ชื่อ ชื่อ คม คม คม กริบ

นานหลายเดือน กว่าทั้งสอง จะผูกใจสร้อยร้อยเกี่ยวพันประสานเข้ากัน ด้วยรักครั้งแรกของ คู่หญิงชาย ต่างมุ่งมั่น รักนี้คือสิ่งล้ำค่าเกินราคาทรัพย์สินใด ๆ มาเทียบเคียงได้ แม้สองคนจะคบหาสมาคมไปมาหาสู่กันอย่างเปิดเผย แต่ใจหญิงชายไม่เคยคิดผิดผีผิดไข้ สัมพันธ์สวาทเกินแกงแต่อย่างใด ทุก ๆ อย่างดูเหมือน ทางสายตรงข้างหน้า คือ คู่ครองอยู่จนแก่จนเฒ่า แต่เรื่องที่วาดฝันวางอนาคตนั้น ต้องหยุดลง

แม่บุญยัง แม่บุญยัง เรียกหลายต่อหลายคำ ของ แม่สำเนียง  แม่บุญยังถึงได้กลับสติ 180 องศา มือทั้งสองของแม่บุญยังเย็นชืด จะบอกว่า หิมะตกที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ก็ไม่ใช่ เพราะเป็นช่วงย่างเข้าปลายฝน เหงื่อแตกพราก แม่บุญยัง เป็นอะไรหรือเปล่า แม่สำเนียงมองด้วยความเป็นห่วงและกังวลไปพร้อม ๆ กัน เพราะแม่สำเนียงและคนในละแวกนี้รับรู้ดีว่า ทั้งสองเคยเป็นคนที่รักใคร่ต่อกัน ที่ยากจะหาคู่รักหญิงชาย ในละแวกนี้เทียบชั้นเทียบสังเวียนได้ แม่บุญยังไม่ได้สอบถามใด ๆ เลยว่า พ่อคมกริบเป็นอะไรตาย ไม่พูดจาอะไรทั้งสิ้น เมื่อแม่บุญยัง ได้สติกลับมาแล้ว พยายามวางตัวให้เป็นปรกติ แม่สำเนียงขอตัวกลับ ขอบใจนะ แม่สำเนียงที่มาบอก แม่บุญยังพูดด้วยเสียงแผ่วเบา ไม่แตกต่างคนที่ใกล้จะสิ้นลมหายใจ แต่ก็แข็งขืนยืนส่ง แม่สำเนียงจนแลมองไม่เห็น

มีอะไรให้ช่วยไหมครับ แม่ แม่บุญยังจำคำนี้ได้ ของทุก ๆ วันที่ อีกา ลูกที่เก็บมาเลี้ยงนั้น พูดเมื่อกลับจากโรงเรียน พร้อมคู่ขนานด้วยการพนมมือไหว้ประชิดตัวแม่บุญยัง วันนี้มีการบ้านไหมลูก ไม่มีครับแม่ ผมทำเสร็จในช่วงพักกลางวันแล้วครับ คืนนี้ไปบ้านลุงคมกริบนะลูก อีกา ไม่ติดใจที่จะถามว่าไปทำไม ครับแม่

แสงดวงจันทร์ส่องทางให้ สองแม่ลูกเดินจูงมือไปบ้าน พ่อคมกริบ ระหว่างทาง สองแม่ลูกไม่ได้คุยเหมือนทุก ๆ ครั้งที่คราใด เดินเคียงคู่สองแม่ลูก อีกาจะถามคุยตลอดเส้นทาง วันนี้อีกาก็เป็นใจ เหมือนจะรู้ว่า แม่บุญยังไม่พร้อมจะพูดคุยสนทนาโต้ตอบใด ๆ

เสียงเพลงเศร้า ๆ แว่วมาทางบ้าน พ่อคมกริบ แสงไฟกำลังสว่างขึ้นเรื่อย ๆ ตามก้าวเดินแต่ละก้าวเข้าหาตัวบ้าน พ่อคมกริบ แม่บุญยังสีหน้าซีดเซียว มือเริ่มเย็นชาอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่มือยังจับกุมมือ อีกา ลูกรักอยู่เคียงข้างก้าวเดิน เพื่อนบ้าน นั่งอยู่หน้าบ้าน พ่อคมกริบ ต่างจับกลุ่มพูดคุย แม่บุญยังเข้าไปเห็นรูป ที่วางไว้ มองเห็นแต่ไกล ว่า รูป คมกริบ แม้ฟ้าจะมืด ไฟจะดับ ภาพสีสันคนในภาพ แม่บุญยังจำได้ไม่เคยลืม อีกา ยกมือไหว้ ลุง ๆ ป้า ๆ 360 องศา แทบไม่แตกต่าง นักมวยไหว้ ผู้ชมรอบเวที โดยไม่จำเป็นต้องแนะนำตัวว่า ชื่อ อีกา แต่อย่างใด โดยเฉพาะ เรื่องเด็กถูกทอดทิ้งกลางพงกลางหญ้า มักจะเป็นข่าวดังประจำหมูบ้าน ใครไม่รู้ก็เหมือนไม่ใช่คนในหมู่บ้าน อีกา ไม่ได้ซักถามแม่บุญยังใด ๆ ว่า ลุงคมกริบ มีอะไรลึกซึ้งกับ แม่บุญยังอะไร อย่างไร เพราะในวัยเด็กเกินวิสาสะความคิดจะมองสอดรู้สอดเห็นมากไปกว่า ลุงคมกริบ เป็นเพื่อนบ้านของ แม่บุญยัง บางครั้งก็เจอกันที่วัดในงานบุญวันพระ ต่าง ๆ กันไป

ขอบใจมากนะ ที่มา เสียงของแม่พิลัย ภรรยาคู่ชีวิตของพ่อคมกริบ ที่มีสีหน้าอิดโรย สองแก้มมีคราบน้ำตาพอสังเกตเห็นได้ แต่หยดน้ำตาภายใน ของหญิงทั้งสอง ใครจะมากกว่ากัน ยากที่จะเอามาชั่งตวงวัดให้รู้ความจริงได้ แม่พิลัยก็รู้ดีว่า แม่บุญยังและพ่อคมกริบ เคยเป็นคู่รักกันมาเก่าก่อน แต่หญิงทั้งสองคน มิได้คลางแคลงใจต่อกัน ต่างรู้หัวอกหญิงกันดีว่า ความรักเป็นเช่นไร

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 6

แม่ครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับแม่ หลังจากอีกาตื่นขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟัน ไปเก็บผักอ่อมแซบอีกหน่อยก็แล้วกัน ที่อีกชื่อหนึ่งเรียกว่า เบญจรงค์ ใช่ไหมครับ ใช่จ่ะ แม่บุญยังตอบรับ อีกา เดินตรงแบบหลับตาก็เดินได้ไปตรงต้นอ่อมแซบอย่างแม่นเหมาะ เพราะผักรอบบ้าน คือเพื่อนยาม อีกา เหงามาพูดคุยด้วยเสมอ อีกา จะรู้จักเกือบทุกชนิดที่แม่บุญยังปลูกไว้ ไม่ว่า ผักโขม ตำลึง ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว ถั่วพลู มะเขือ และสารพัดผักที่กินได้ อีกา เคยกินมาทุกชนิด แถมผักเหล่านี้ คอยอุ้มใจ อีกาให้คลายเหงา ได้ไม่มากก็ไม่น้อย แม่บุญยังมักจะสอนให้ อีกา กินผักสด ๆ เป็นส่วนใหญ่ ลูกเห็นไหม เบิ้ม กินหญ้า กินฟาง มันไม่ต้องหุงหาอาหารอะไรเลย ไม่ต้องก่อกองฟืน ไม่ต้องใช้ซีอิ๊ว เกลือ น้ำตาล เครื่องปรุงสารพัดที่มนุษย์ช่างคิดช่างเสริมช่างปรุงช่างแต่งให้ผิดเพี้ยนไปจากธรรมชาติ เบิ้มที่ว่านี้ก็คือควายที่แม่บุญยังเลี้ยงมาก่อน แม่บุญยังพบเจอ อีกา เล็กน้อย อีกา จึงจำเป็นต้องเรียก เบิ้ม ว่า พี่เบิ้ม เพราะอายุของเบิ้มมากกว่า พี่เบิ้ม คำนี้ อีกา เคยพูดเสมอ จึงไม่ต้องแปลกใจว่า แม่บุญยัง อีกา รวมถึงพี่เบิ้ม ไม่เจอโรครุมดอมดมกล้ำกลายได้ แม้โรคไข้หวัดพันธุ์แปลกใหม่ 3 ชีวิตนี้ไม่เคยวิตกกังวลอะไรทั้งสิ้น แต่อีกา มีโรคประจำตัวอยู่บ้าง ที่อีกา ไม่รู้ตัวว่าคือโรค เพราะมันคุ้นชินมาแต่อ้อนแต่ออก พ่อ พ่อ พ่อ คำนี้ อีกาพร่ำเพ้อบ่อยครั้งยามหลับข้างกายแม่บุญยัง แม่บุญยังทำได้แต่โอบกอดลูบหลังอีกาเบา ๆ อีกาก็หลับต่อ ไม่เว้นบางครา น้ำลายก็ยืดไหลเปียกแฉะที่แขนของแม่บุญยัง แต่แม่บุญยังไม่เคยแสดงกิริยารังเกียจน้ำลายที่ยืดย้อยของ อีกาแม้แต่น้อย

ไปไม่นานนัก อีกา กลับมาด้วยผักนานาชนิด ที่บางอย่างแม่ไม่ต้องบอกว่า ผักนี้ด้วยนะ ผักโน้นด้วยนะ เพราะผักเหล่านี้ อีกา กินจนชินกระเพาะไปเสียแล้ว เพราะฉะนั้นไม่แปลก อาหารที่วางบนโต๊ะกินข้าว จะเต็มไปด้วยสารพัดผัก โดยมีสารพัดยากำกับมาด้วยโปรโมชั่นพิเศษ ที่ใคร ๆ มองข้าม แต่ผักแต่ละชนิดเป็นยาอะไรบ้างนั้น อีกาไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่อีการู้เพียงว่า คราใดที่ เจ้าหน้าที่พยาบาลมาตรวจสุขภาพ นักเรียนที่โรงเรียน เจ้าหน้าที่มักจะยิ้ม ผอมอย่างนี้แหละนะ ปลอดโรคเสียจริง ๆ พร้อมเจ้าหน้าที่ยิ้มให้ อีกา ยิ้มกลับเป็นการตอบรับ ส่วนเนื้อหมู เนื้อไก่ แม้กระทั่งไข่ไก่ แทบไม่ต้องพูดถึงว่ามีให้กินหรือไม่ ยกเว้น อาหารมื้อกลางวันที่โรงเรียน เครื่องปรุงชูรส ต่าง ๆ มาเป็นโปรโมชั่นพิเศษที่ยัดเยียดให้ อีกา กิน และเด็กนักเรียนรวมกระทั่งไม่เว้นครูได้กินกัน

ก่อนกินข้าว จริง ๆ แล้ว ต้องเรียกว่า ก่อนกินผัก เพราะข้าวที่อีกา และ แม่บุญยัง กินนั้น ผักจะเป็นอาหารหลัก ส่วนข้าวนั้นกินไม่กี่คำ รถชาติของผักสด บางอย่างก็เป็นผักต้ม หรือ ลวกให้สุก ความหวานของผักล้วน ๆ หลายชนิด มีรสหวานไม่เลี่ยนปาก เลี่ยนกระเพาะ เลี่ยนลำไส้ และเลี่ยนทวารหนัก หรือเรียกว่า ก้น

ทุกเช้า ของวันหยุดไปโรงเรียน อีกา จะพาพี่เบิ้มไปกินอาหาร แทนแม่บุญยัง พี่เบิ้มเป็นพี่ที่แสนดีที่สุดของอีกา เพราะ พี่เบิ้มไม่เคยดุด่าว่ากล่าว อีกาเลย ไม่เคยเหยียดหยามสีผิว เหมือนที่ เพื่อน ๆ ในห้องเรียนเป็นกัน แม้พี่เบิ้ม จะเป็นควายเผือกก็ตาม อีกา มีเนื้อความในใจที่ไม่อยากบอกให้ แม่บุญยังได้หนักอกหนักใจ พี่เบิ้มก็เป็นสิ่งหนึ่ง ที่อีกา พึ่งพาพูดคุยได้ แม้ พี่เบิ้มไม่เคยตอบกลับให้อีการับฟังบ้างเลยก็ตาม แต่อีกาก็เต็มใจที่จะพูดคุย พี่เบิ้ม เคยคิดถึง พ่อ ไหม พี่เบิ้ม เหงาไหม คำถามเหล่านี้ เป็นคำถามที่อีกา คุยกับ พี่เบิ้มเสมอ เมื่ออีกาได้พูดออกไปแล้ว รู้สึกว่า โล่งใจคลายเศร้าไปได้แม้จะไม่หมดสิ้นก็ยังดีกว่า เก็บเงียบเพียงลำพัง

ค่ำคืนนี้ อีกา มองท้องฟ้า อย่างจดจ่อ เพราะกระดานติดข่าวที่น่าสนใจหน้าห้องสมุดของโรงเรียน บอกว่า คืนวันเสาร์นี้ ดวงจันทร์จะโตมากที่สุด อีกาไม่รู้หรอกว่า ดวงจันทร์ต้องกินอะไรไหม เพื่อให้ดวงโตขึ้น เหมือนที่อีกา ย่างก้าวเดินไปโรงเรียนนั้น จำนวนก้าวจะไม่ครบ หนึ่งหมื่นก้าวเหมือนเคย ด้วยเหตุผล ตัวสูงมากขึ้น ก็พออนุมานได้ว่า ขาคงยาวขึ้นเช่นกัน อีกา ได้แต่มองท้องฟ้าเพียงลำพัง ส่วนแม่บุญยัง กำลังรีดชุดนักเรียนให้อีกา ส่วนพี่เบิ้ม นอนเคี้ยวเอื้องน้ำลายเฟิ้มปาก อีกาพยายามนับดวงดาว แม้อีกาจะนับตัวเลขได้คล่องแคล่ว แต่ไม่อาจจะนับดวงดาวได้ครบครัน อีกาไม่ได้ตื่นเต้นกับดวงดาวบนฟากฟ้า เพราะอีกาเท่าที่จำความได้ แต่อ้อนแต่ออก ก็เห็นจนชินตาเสียแล้ว แต่ด้วยเจ้ากรรมของข่าวว่า ดวงจันทร์โตที่สุด อดที่ทำให้ อีกา อดเฝ้ามองท้องฟ้าในคืนนี้ไม่ได้