วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 7

แม่บุญยัง แม่บุญยัง อ้าว แม่สำเนียง ลมอะไรพัดมาหาฉันได้ พ่อคมกริบตายแล้วนะ อะไรนะ แม่บุญยัง ถามย้ำเพราะคำนั้นเป็นคำที่ยากที่เข้าใจ พ่อคมกริบ ตายแล้ว แม่บุญยังเข่าอ่อนนั่งลง โดยไม่เชิญชวนให้ แม่สำเนียงเข้าบ้านแต่อย่างใด และ แม่สำเนียงไม่เกรงจะเสียมารยาท ถือวิสาสะเข้าไปนั่งข้าง ๆ แม่บุญยัง น้ำตาของแม่บุญยังไหลพรากออกมา น้อยครั้งมากที่แม่บุญยังจะพลั้งเผลอเอ่อน้ำตาท่วมทุ่งเช่นนี้ แม่บุญยังนั่งหลับตาชั่วครู่ รักเราชั่วนิรันดร์นะ นี่คือคำที่ พ่อคมกริบและแม่บุญยัง เคยพูดสัญญาต่อกัน แม้คำนี้ไม่ได้ทำสัญยงสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีพยานรับรู้มากกว่า สองคนแต่อย่างใดไม่ พ่อคมกริบ คราวัยหนุ่มแน่น ได้เล็งตามองแม่บุญยังไม่กระพริบตา โดยที่แม่บุญยังไม่ได้ผิดสังเกตว่าใครปองร้าย เอาสายตาส่องตรงอย่างแน่วแน่นิ่ง ทั้ง ๆ ที่แม่บุญยังรู้ตัวดี ชีวิตตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยมีใครจะมาข้องแวะแทะเล็ม ไม่ใช่ว่า แม่บุญยังหน้าตาขี้เหล่แปลกตาจากคนทั่ว ๆ ไป นิสัยไม่ได้หยิ่งยโสเหนือใคร ๆ ก็ไม่ใช่อีก ไม่นานนัก แม่บุญยังได้รับดอกหญ้า ที่จืดชืดแสนธรรมดาที่ขึ้นอยู่สองข้างทางทั่ว ๆ ไป กับรอยยิ้มของชายหนุ่ม ฉันให้เธอ แม่บุญยัง ได้แต่ยืนงง เหมือนถูกชายแปลกความคุ้นเคยแต่ไม่แปลกหน้า สะกดให้แม่บุญยังยืนนิ่ง ตัวตรง แม้ลมจะพัด พายุจะกระหน่ำ ฟ้าจะร้องโครม แม่บุญยังก็ไม่หวั่นไหว เพราะความรู้สึกชั่ววูบ ไม่แตกต่างจากคนที่ตายที่ยืนได้ ดอกหญ้าวางลงข้าง ๆ ตัวแม่บุญยัง ชายหนุ่มนั้นกล่าวด้วยความเชื่อมั่นว่าหญิงนี้ใช่เลย คือคู่ชีวิต ผมชื่อ คมกริบ ไปก่อนนะ

คมกริบเดินไปห่างจนหายลับจากเส้นทางที่ตรงยาวเหยียด แม่บุญยังจึงจะขยับเขยื่อน ตัวยังชา ๆ ไม่แตกต่างในความสงสัย นี่คือความฝันหรือความจริง แต่ที่แน่ ๆ ดอกหญ้าช่อที่ พ่อคมกริบ วางนั้น ยังปรากฏอยู่ ไม่ได้หายไปไหน แม่บุญยังกุมจับดอกหญ้าอย่างทะนุถนอม มองอย่างพินิจดู ทำไมมันสวยงามกว่า ดอกหญ้าสองข้างทาง ที่มองผ่าน ๆ เหมือนไร้ค่า แต่วันนี้ดอกหญ้าที่แสนธรรมดา กลับมีคุณค่าขึ้นมาได้ คืนนั้น แม่บุญยัง นอนไม่หลับ ด้วยความแปลกของดอกหญ้าช่อนั้น หรือ เพราะ ชายหนุ่มคนนั้น ที่เรียกชื่อไม่ถนัด มันเหมือนมันอัดกั้นที่ลำคอไม่ให้กล่าวพูดถึง ว่า คมกริบ เขาชื่อ ชื่อ ชื่อ คม คม คม กริบ

นานหลายเดือน กว่าทั้งสอง จะผูกใจสร้อยร้อยเกี่ยวพันประสานเข้ากัน ด้วยรักครั้งแรกของ คู่หญิงชาย ต่างมุ่งมั่น รักนี้คือสิ่งล้ำค่าเกินราคาทรัพย์สินใด ๆ มาเทียบเคียงได้ แม้สองคนจะคบหาสมาคมไปมาหาสู่กันอย่างเปิดเผย แต่ใจหญิงชายไม่เคยคิดผิดผีผิดไข้ สัมพันธ์สวาทเกินแกงแต่อย่างใด ทุก ๆ อย่างดูเหมือน ทางสายตรงข้างหน้า คือ คู่ครองอยู่จนแก่จนเฒ่า แต่เรื่องที่วาดฝันวางอนาคตนั้น ต้องหยุดลง

แม่บุญยัง แม่บุญยัง เรียกหลายต่อหลายคำ ของ แม่สำเนียง  แม่บุญยังถึงได้กลับสติ 180 องศา มือทั้งสองของแม่บุญยังเย็นชืด จะบอกว่า หิมะตกที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ก็ไม่ใช่ เพราะเป็นช่วงย่างเข้าปลายฝน เหงื่อแตกพราก แม่บุญยัง เป็นอะไรหรือเปล่า แม่สำเนียงมองด้วยความเป็นห่วงและกังวลไปพร้อม ๆ กัน เพราะแม่สำเนียงและคนในละแวกนี้รับรู้ดีว่า ทั้งสองเคยเป็นคนที่รักใคร่ต่อกัน ที่ยากจะหาคู่รักหญิงชาย ในละแวกนี้เทียบชั้นเทียบสังเวียนได้ แม่บุญยังไม่ได้สอบถามใด ๆ เลยว่า พ่อคมกริบเป็นอะไรตาย ไม่พูดจาอะไรทั้งสิ้น เมื่อแม่บุญยัง ได้สติกลับมาแล้ว พยายามวางตัวให้เป็นปรกติ แม่สำเนียงขอตัวกลับ ขอบใจนะ แม่สำเนียงที่มาบอก แม่บุญยังพูดด้วยเสียงแผ่วเบา ไม่แตกต่างคนที่ใกล้จะสิ้นลมหายใจ แต่ก็แข็งขืนยืนส่ง แม่สำเนียงจนแลมองไม่เห็น

มีอะไรให้ช่วยไหมครับ แม่ แม่บุญยังจำคำนี้ได้ ของทุก ๆ วันที่ อีกา ลูกที่เก็บมาเลี้ยงนั้น พูดเมื่อกลับจากโรงเรียน พร้อมคู่ขนานด้วยการพนมมือไหว้ประชิดตัวแม่บุญยัง วันนี้มีการบ้านไหมลูก ไม่มีครับแม่ ผมทำเสร็จในช่วงพักกลางวันแล้วครับ คืนนี้ไปบ้านลุงคมกริบนะลูก อีกา ไม่ติดใจที่จะถามว่าไปทำไม ครับแม่

แสงดวงจันทร์ส่องทางให้ สองแม่ลูกเดินจูงมือไปบ้าน พ่อคมกริบ ระหว่างทาง สองแม่ลูกไม่ได้คุยเหมือนทุก ๆ ครั้งที่คราใด เดินเคียงคู่สองแม่ลูก อีกาจะถามคุยตลอดเส้นทาง วันนี้อีกาก็เป็นใจ เหมือนจะรู้ว่า แม่บุญยังไม่พร้อมจะพูดคุยสนทนาโต้ตอบใด ๆ

เสียงเพลงเศร้า ๆ แว่วมาทางบ้าน พ่อคมกริบ แสงไฟกำลังสว่างขึ้นเรื่อย ๆ ตามก้าวเดินแต่ละก้าวเข้าหาตัวบ้าน พ่อคมกริบ แม่บุญยังสีหน้าซีดเซียว มือเริ่มเย็นชาอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่มือยังจับกุมมือ อีกา ลูกรักอยู่เคียงข้างก้าวเดิน เพื่อนบ้าน นั่งอยู่หน้าบ้าน พ่อคมกริบ ต่างจับกลุ่มพูดคุย แม่บุญยังเข้าไปเห็นรูป ที่วางไว้ มองเห็นแต่ไกล ว่า รูป คมกริบ แม้ฟ้าจะมืด ไฟจะดับ ภาพสีสันคนในภาพ แม่บุญยังจำได้ไม่เคยลืม อีกา ยกมือไหว้ ลุง ๆ ป้า ๆ 360 องศา แทบไม่แตกต่าง นักมวยไหว้ ผู้ชมรอบเวที โดยไม่จำเป็นต้องแนะนำตัวว่า ชื่อ อีกา แต่อย่างใด โดยเฉพาะ เรื่องเด็กถูกทอดทิ้งกลางพงกลางหญ้า มักจะเป็นข่าวดังประจำหมูบ้าน ใครไม่รู้ก็เหมือนไม่ใช่คนในหมู่บ้าน อีกา ไม่ได้ซักถามแม่บุญยังใด ๆ ว่า ลุงคมกริบ มีอะไรลึกซึ้งกับ แม่บุญยังอะไร อย่างไร เพราะในวัยเด็กเกินวิสาสะความคิดจะมองสอดรู้สอดเห็นมากไปกว่า ลุงคมกริบ เป็นเพื่อนบ้านของ แม่บุญยัง บางครั้งก็เจอกันที่วัดในงานบุญวันพระ ต่าง ๆ กันไป

ขอบใจมากนะ ที่มา เสียงของแม่พิลัย ภรรยาคู่ชีวิตของพ่อคมกริบ ที่มีสีหน้าอิดโรย สองแก้มมีคราบน้ำตาพอสังเกตเห็นได้ แต่หยดน้ำตาภายใน ของหญิงทั้งสอง ใครจะมากกว่ากัน ยากที่จะเอามาชั่งตวงวัดให้รู้ความจริงได้ แม่พิลัยก็รู้ดีว่า แม่บุญยังและพ่อคมกริบ เคยเป็นคู่รักกันมาเก่าก่อน แต่หญิงทั้งสองคน มิได้คลางแคลงใจต่อกัน ต่างรู้หัวอกหญิงกันดีว่า ความรักเป็นเช่นไร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น