อีกา อีกา อีกา อีกา เสียงเรียกของครูสุวิภา ถึงหู อีกา อย่างแปลกกว่าที่เคยเป็น อีกา ได้แต่ขานครับ ครับ ครับ ด้วยความตกใจ หนูได้ที่หนึ่ง การประกวดวาดภาพระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 นะ อีกา ยิ้มฟันขาว แต่ที่คนที่ตื่นเต้นดีอกดีใจมากกว่า อีกา คงไม่พ้น ครูสุวิภา เพราะโดยปรกติ ใบหน้าครูสุวิภา เรียวเหมือนไข่ ปากน้อยนิดแต่พองาม แต่วันนี้ใบหน้าครูสุวิภาแปลงโฉมไป หน้าเป็นกระด้ง รอยยิ้มกว้างเกินจินตนาการ ในใจอีกา นึกกลับกลอก เป็นการนินทาคุณครูในใจหรือเปล่าหนอ แน่นอนไม่มีเพื่อน ๆ คนใดจะแสดงความยินดียินร้ายต่อข่าวชิ้นนี้มากนัก ยกเว้น ถ้า ราตรี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทยามอยู่ประถมศึกษาปีที่ 3 ยังอยู่ คงได้พูดคุยเรื่องนี้อย่างมีความสุข
เสียงระฆังเข้าแถว วันนี้อีกามีความรู้สึกว่า อากาศสดชื่นกว่าทุก ๆ วัน แสงแดดโอบกอดเรือนร่างอบอุ่นเสียเหลือเกิน ขณะที่ครูสุวิภา ยืนอยู่ไม่ไกล จะยืนเด่นสง่ากว่าทุก ๆ วัน ภารกิจประจำวันผ่านไป ไม่ว่า สวดมนต์ ร้องเพลงชาติ เสียงครูประทวน ยามใดที่มีกิจกรรมใด ๆ บนเวที ครูประทวน จะเป็นโฆษกประจำโรงเรียนควบคู่กับตำแหน่งครูไปด้วยในตัว แต่ตำแหน่งโฆษกประจำโรงเรียน ไม่มีเงินเดือนกำกับมาด้วย ขอเชิญนักเรียนดังต่อไปนี้ขึ้นมาข้างบนนี้นะครับ ครูประทวนพูดแบบไม่ต้องรีรอ โดยไล่เรียงจาก ประถมศึกษาปีที่ 1 2 3 และ 4 ต่อไป 5 6 อีกา ไม่ได้ยินคำว่า 5 6 เพราะกำลังเดินขึ้นบนเวทีด้วยใจระทึกตื่นเต้น มองไปรอบข้างเหมือนมีฝูงชนเต็มพื้นที่ของโรงเรียนใหญ่โตมโหฬาร แม้ความจริงเป็นโรงเรียนขนาดเล็กก็ตาม และเป็นโรงเรียนเดิม ๆ โรงเรียนเดียวที่อีการู้จักและคุ้นเคย เก่งมากนะ อีกา นี่คือคำชมของครูใหญ่เปี่ยมสุข พร้อมมอบรางวัลหนึ่งชิ้น ลักษณะของกล่องไม่แตกต่างกับ 3 คนก่อนหน้านั้นที่ได้รับ
คำว่า รางวัลโนเบล รางวัลซีไรต์ อีกาไม่รู้จักและไม่รู้ด้วยว่า เขามีวิธีการอะไรบ้าง แต่วันนี้ อีการู้แล้วว่า งานรับรางวัลชนะเลิศประกวดวาดภาพประจำโรงเรียนเป็นอย่างไร แน่นอนคงไม่พ้นตำแหน่งโฆษกประจำโรงเรียนครูประทวน ร่ายถามผู้ที่ได้รับรางวัลแต่ละคน อีกา ฟังน้องประถมศึกษาปีที่ 1 ไปที่ 2 ไปที่ 3 และ 4 ซึ่งเป็นลำดับของ อีกา เป็นผู้ตอบและพูด โดยไม่จำเป็นต้องเอียงหูฟัง สายตาแรกที่อีกา มองเห็น ครูสุวิภา ยังมีใบหน้าเป็นรูปกระด้ง ริมฝีปากกว้างขวางเอื้ออาทร ผมต้องขอขอบคุณ ผู้บริจาคสีที่ใช้วาดภาพ ซึ่งเขาเหล่านั้นเป็นพระที่ปิดทองหลังพระ ซึ่งผมไม่รู้ว่าชื่ออะไร ผมต้องขอขอบคุณครูสุวิภา ที่โอบอ้อมอารีพร่ำสอน ผมต้องขอขอบคุณครูใหญ่เปี่ยมสุข ที่ให้ความเมตตาเอ็นดู ผมขอขอบคุณโลกใบนี้ทั้งใบที่สิงสถิตสิ่งต่าง ๆ โดยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน และโลกนี้จะไม่มีความงดงามอันใดเลยถ้า ไม่มีคำว่า แม่บุญยัง เมื่อพูดจบ อีกา เห็นครูสุวิภา เอามือซับตรงขอบตา ใบหน้าที่เป็นกระด้งกลับเป็นหน้าเรียวงามเหมือนเดิม ปากที่กว้างเกินประมาณกลับมาสู่สถานะเดิม เล็กเรียว ครูที่ยืนฟังนิ่งเงียบ แต่เสียงเด็กนักเรียนยังมีเล็ดลอดให้ได้ยินกันบ้าง
พักกลางวันหลังจากกินข้าวเสร็จ อีกา ไม่ได้ไปดูเพื่อน ๆ เล่นกัน ไม่ได้เข้าห้องสมุดหยิบหนังสือโปรดมากวาดอ่าน อีกา ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 2 ครูสุวิภา หลังกินข้าวเสร็จ อีกา ไปยืนบรรยายรูปภาพที่ หนูวาดนะค่ะ ครับคุณครู เด็กหลายคนเดินผ่านไม่ได้ซักถามอะไร ประหนึ่งรูปภาพที่อีกาวาดแต่งแต้มนั้น เป็นรูปที่แสนธรรมดา สวยก็ไม่สวย หน้าตาคนก็ต่างจากรูปถ่ายลิบลับ ปากบูด ๆ เบี้ยว ๆ นิ้วมือ นิ้วเท้า ไม่อาจจะมองเห็นได้ ไม่ต่างจากคนพิการ อีกา ยังคิดถึง ราตรี ถ้า ราตรี มารับรู้เหตุการณ์ในวันนี้ ราตรี คงยิ้มสวยงามให้อีกาเห็นอีกเป็นแน่ ระหว่างที่อีกาเผลอใจลอยนั้น ครูเปี่ยมสุข มายืนดูภาพนานโข กว่าที่ อีกามองเห็น อีกา ยกมือไหว้ครูเปี่ยมสุข สวัสดีครับคุณครู ครูเปี่ยมสุข ยิ้มพร้อมมือจับไหล่อีกา นี่รูปอะไรหรือ เป็นรูปพ่อ แม่ ลูก ยืนตากฝนอยู่ครับ มีพ่อด้วยหรือ ครูเปี่ยมสุข ถามด้วยความสงสัย ครับ แต่พ่อ ของผมเป็นแม่บุญยัง ในรูปจึงเป็นเพศหญิงทั้ง 2 คน แล้วฝนทำไมเป็นเม็ดสีแดงหรือ มันเป็นหยดน้ำตาของผมครับครู ผมไม่แน่ใจหยดน้ำตาที่หล่นทับอยู่กลางดวงใจของผมนั้นมากแค่ไหน แต่คิดว่า คงไม่น้อยกว่าที่ฝนเคยตกลงมาบนผืนโลกนี้ แล้วทำไม พื้นดินเป็นสีขาวหรือ ผมคิดว่า พื้นโลกใบนี้ มีความบริสุทธิ์ ไร้ความด่างพล้อย ไร้การเกลียดชังหยามเหยียด ไร้การเข่นฆ่า และที่สำคัญ ไร้สุนัขข้างทางที่ชอบไล่กัดผม ครูเปี่ยมสุข จากที่ตื้นตันในความคิดของเด็กประถมศึกษาปีที่ 4 ชื่อว่า อีกา เป็นรอยขำบดบังความตื้นตันใจไป นี่คงเป็นตัวหนูใช่ไหม อีกา ตอบด้วยความเต็มใจครับ เพราะสีดำทั้งตัว แล้วทำไม แม่บุญยัง ซึ่งครูใหญ่ถามตรงประเด็น โดยไม่คิดว่า สองคนในรูปเป็นใครอื่น และไม่คิดว่า แม่บุญยัง มีสามีหลายคน หรือ อีกคน แม่บุญยังในนาม พ่อ ก็คงไม่มีภรรยาน้อยหลาย ๆ คน เป็นสีเขียว ทุกวัน แม่บุญยัง จะเก็บผักสีเขียวที่ขึ้นอยู่รอบ ๆ บ้าน ผักเหล่านี้มีบุญคุณต่อผมให้มีชีวิตรอดมาได้ ไม่แตกต่างที่แม่บุญยัง มีคุณชุบเลี้ยงผมมาครับ คำถามดูเหมือนไม่ยืดยาวจากครูเปี่ยมสุข แต่ระฆังดังเรียกเข้าห้องเรียน เพื่อร่ำเรียนวิชาในภาคบ่ายต่อไป
เสียงระฆังเข้าแถว วันนี้อีกามีความรู้สึกว่า อากาศสดชื่นกว่าทุก ๆ วัน แสงแดดโอบกอดเรือนร่างอบอุ่นเสียเหลือเกิน ขณะที่ครูสุวิภา ยืนอยู่ไม่ไกล จะยืนเด่นสง่ากว่าทุก ๆ วัน ภารกิจประจำวันผ่านไป ไม่ว่า สวดมนต์ ร้องเพลงชาติ เสียงครูประทวน ยามใดที่มีกิจกรรมใด ๆ บนเวที ครูประทวน จะเป็นโฆษกประจำโรงเรียนควบคู่กับตำแหน่งครูไปด้วยในตัว แต่ตำแหน่งโฆษกประจำโรงเรียน ไม่มีเงินเดือนกำกับมาด้วย ขอเชิญนักเรียนดังต่อไปนี้ขึ้นมาข้างบนนี้นะครับ ครูประทวนพูดแบบไม่ต้องรีรอ โดยไล่เรียงจาก ประถมศึกษาปีที่ 1 2 3 และ 4 ต่อไป 5 6 อีกา ไม่ได้ยินคำว่า 5 6 เพราะกำลังเดินขึ้นบนเวทีด้วยใจระทึกตื่นเต้น มองไปรอบข้างเหมือนมีฝูงชนเต็มพื้นที่ของโรงเรียนใหญ่โตมโหฬาร แม้ความจริงเป็นโรงเรียนขนาดเล็กก็ตาม และเป็นโรงเรียนเดิม ๆ โรงเรียนเดียวที่อีการู้จักและคุ้นเคย เก่งมากนะ อีกา นี่คือคำชมของครูใหญ่เปี่ยมสุข พร้อมมอบรางวัลหนึ่งชิ้น ลักษณะของกล่องไม่แตกต่างกับ 3 คนก่อนหน้านั้นที่ได้รับ
คำว่า รางวัลโนเบล รางวัลซีไรต์ อีกาไม่รู้จักและไม่รู้ด้วยว่า เขามีวิธีการอะไรบ้าง แต่วันนี้ อีการู้แล้วว่า งานรับรางวัลชนะเลิศประกวดวาดภาพประจำโรงเรียนเป็นอย่างไร แน่นอนคงไม่พ้นตำแหน่งโฆษกประจำโรงเรียนครูประทวน ร่ายถามผู้ที่ได้รับรางวัลแต่ละคน อีกา ฟังน้องประถมศึกษาปีที่ 1 ไปที่ 2 ไปที่ 3 และ 4 ซึ่งเป็นลำดับของ อีกา เป็นผู้ตอบและพูด โดยไม่จำเป็นต้องเอียงหูฟัง สายตาแรกที่อีกา มองเห็น ครูสุวิภา ยังมีใบหน้าเป็นรูปกระด้ง ริมฝีปากกว้างขวางเอื้ออาทร ผมต้องขอขอบคุณ ผู้บริจาคสีที่ใช้วาดภาพ ซึ่งเขาเหล่านั้นเป็นพระที่ปิดทองหลังพระ ซึ่งผมไม่รู้ว่าชื่ออะไร ผมต้องขอขอบคุณครูสุวิภา ที่โอบอ้อมอารีพร่ำสอน ผมต้องขอขอบคุณครูใหญ่เปี่ยมสุข ที่ให้ความเมตตาเอ็นดู ผมขอขอบคุณโลกใบนี้ทั้งใบที่สิงสถิตสิ่งต่าง ๆ โดยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน และโลกนี้จะไม่มีความงดงามอันใดเลยถ้า ไม่มีคำว่า แม่บุญยัง เมื่อพูดจบ อีกา เห็นครูสุวิภา เอามือซับตรงขอบตา ใบหน้าที่เป็นกระด้งกลับเป็นหน้าเรียวงามเหมือนเดิม ปากที่กว้างเกินประมาณกลับมาสู่สถานะเดิม เล็กเรียว ครูที่ยืนฟังนิ่งเงียบ แต่เสียงเด็กนักเรียนยังมีเล็ดลอดให้ได้ยินกันบ้าง
พักกลางวันหลังจากกินข้าวเสร็จ อีกา ไม่ได้ไปดูเพื่อน ๆ เล่นกัน ไม่ได้เข้าห้องสมุดหยิบหนังสือโปรดมากวาดอ่าน อีกา ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 2 ครูสุวิภา หลังกินข้าวเสร็จ อีกา ไปยืนบรรยายรูปภาพที่ หนูวาดนะค่ะ ครับคุณครู เด็กหลายคนเดินผ่านไม่ได้ซักถามอะไร ประหนึ่งรูปภาพที่อีกาวาดแต่งแต้มนั้น เป็นรูปที่แสนธรรมดา สวยก็ไม่สวย หน้าตาคนก็ต่างจากรูปถ่ายลิบลับ ปากบูด ๆ เบี้ยว ๆ นิ้วมือ นิ้วเท้า ไม่อาจจะมองเห็นได้ ไม่ต่างจากคนพิการ อีกา ยังคิดถึง ราตรี ถ้า ราตรี มารับรู้เหตุการณ์ในวันนี้ ราตรี คงยิ้มสวยงามให้อีกาเห็นอีกเป็นแน่ ระหว่างที่อีกาเผลอใจลอยนั้น ครูเปี่ยมสุข มายืนดูภาพนานโข กว่าที่ อีกามองเห็น อีกา ยกมือไหว้ครูเปี่ยมสุข สวัสดีครับคุณครู ครูเปี่ยมสุข ยิ้มพร้อมมือจับไหล่อีกา นี่รูปอะไรหรือ เป็นรูปพ่อ แม่ ลูก ยืนตากฝนอยู่ครับ มีพ่อด้วยหรือ ครูเปี่ยมสุข ถามด้วยความสงสัย ครับ แต่พ่อ ของผมเป็นแม่บุญยัง ในรูปจึงเป็นเพศหญิงทั้ง 2 คน แล้วฝนทำไมเป็นเม็ดสีแดงหรือ มันเป็นหยดน้ำตาของผมครับครู ผมไม่แน่ใจหยดน้ำตาที่หล่นทับอยู่กลางดวงใจของผมนั้นมากแค่ไหน แต่คิดว่า คงไม่น้อยกว่าที่ฝนเคยตกลงมาบนผืนโลกนี้ แล้วทำไม พื้นดินเป็นสีขาวหรือ ผมคิดว่า พื้นโลกใบนี้ มีความบริสุทธิ์ ไร้ความด่างพล้อย ไร้การเกลียดชังหยามเหยียด ไร้การเข่นฆ่า และที่สำคัญ ไร้สุนัขข้างทางที่ชอบไล่กัดผม ครูเปี่ยมสุข จากที่ตื้นตันในความคิดของเด็กประถมศึกษาปีที่ 4 ชื่อว่า อีกา เป็นรอยขำบดบังความตื้นตันใจไป นี่คงเป็นตัวหนูใช่ไหม อีกา ตอบด้วยความเต็มใจครับ เพราะสีดำทั้งตัว แล้วทำไม แม่บุญยัง ซึ่งครูใหญ่ถามตรงประเด็น โดยไม่คิดว่า สองคนในรูปเป็นใครอื่น และไม่คิดว่า แม่บุญยัง มีสามีหลายคน หรือ อีกคน แม่บุญยังในนาม พ่อ ก็คงไม่มีภรรยาน้อยหลาย ๆ คน เป็นสีเขียว ทุกวัน แม่บุญยัง จะเก็บผักสีเขียวที่ขึ้นอยู่รอบ ๆ บ้าน ผักเหล่านี้มีบุญคุณต่อผมให้มีชีวิตรอดมาได้ ไม่แตกต่างที่แม่บุญยัง มีคุณชุบเลี้ยงผมมาครับ คำถามดูเหมือนไม่ยืดยาวจากครูเปี่ยมสุข แต่ระฆังดังเรียกเข้าห้องเรียน เพื่อร่ำเรียนวิชาในภาคบ่ายต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น