วิชารู้แจ้ง เป็นวิชาที่ดูเหมือนยาก จริง ๆ เป็นวิชาที่คำว่า มนุษย์ พบเจอทุกขณะจิต ทุกขณะใจ ทุกขณะเศษเสี้ยวของวินาที ครูเปี่ยมสุข ขบคิด แต่ไม่ถึงกับกักขังให้ใจพะว้าพะวง หลักการแค่ทำอะไรก็ได้ แต่ใจมีจุดคิดเพียงสิ่งที่กระทำ เพราะหลากหลายคนกระทำอะไรจะทำด้วยความเคยชิน ทำโดยสัญชาตญาณ แต่ขาดเอาจิตใจกำกับดูแลกับการกระทำนั้น ๆ ใจไปพะวง คิด เรื่องที่ไม่ใช่เรื่องที่กระทำอยู่ ถ้าเรียกให้รวบรัดแบบสั้น ๆ คือ สมาธิ ปัจจัยที่ทำให้สมาธิ ขาด ก็คือกิเลส จะละกิเลสลงได้ ก็ต้องยึดปฏิบัติ ศีลห้าเป็นอย่างน้อย บางคนอาจจะได้ ครึ่งหนึ่ง ไม่ได้เคร่งครัดชนิดหัวทิ่มโลก ก็ถือว่าเก่งแล้ว เพราะมหาสมุทร เกิดด้วยน้ำแต่ละหยด การเริ่มหัดพูด ก็ไม่อาจจะพูดแบบคีตกวีภายในชั่วคืน เพราะฉะนั้น จำเป็นเหลือเกิน ต้องค่อยเป็นค่อยไป ใช้กุศโลบายให้เด็กนักเรียน ร่ำเรียนโดยไม่ต้องร่ำเรียน แต่ได้ผลการเรียนโดยไม่รูตัว ซึ่งกลวิธีต่าง ๆ ครูเปี่ยมสุข ซึ่งเป็นกัปตันนำหางเรือให้ลูกเรือก้าวไปให้ถูกทิศถูกทาง เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง
กระบวนความคิดของครูใหญ่ จำเป็นต้องสื่อสารทำความเข้าใจกับเพื่อนครูให้เข้าใจว่า จะเดินไปอย่างไร มีข้อสงสัยอะไร ให้สอบถามเพื่อให้กระจ่างกระบวนความ โดยระยะเริ่มแรก ครูเปี่ยมสุข ซื้อสมุดเล็ก ๆ ที่พกพาใส่กระเป๋าเสื้อได้ ซื้อมาให้เพียงพอกับครูและนักเรียนทุก ๆ คน รวมถึงพานโรง และให้ ทุก ๆ คนเมื่อมาถึงโรงเรียนแล้ว ทุก ๆ ก้าวเดินให้ทุก ๆ คนนับว่า วันหนึ่ง ๆ เดินกี่ก้าว จนก้าวสุดท้ายที่ย่างก้าวออกจากโรงเรียนแต่ละวัน แล้วจดจำนวนก้าว และจะมีกระดานขนาดใหญ่ จะมีชื่อทุก ๆ คนตามปีการศึกษา แต่ละห้องเรียน ไม่เว้นชื่อครูทุก ๆ คน รวมถึงชื่อครูใหญ่ โดยมีช่องเติมจำนวนก้าวเดิน แน่นอนใคร ๆ ภายนอกที่มาเห็นกระดานอันนี้ อาจจะเข้าใจไปว่า เป็นรายนามผู้บริจาคสร้างโน้นสร้างนี่ หรือไปวัด จะมีรายนามผู้บริจาคต่าง ๆ แต่ที่โรงเรียนแห่งนี้ไม่ใช่
เริ่มแรกของการทดลอง กระดานจะมีช่องว่าง ๆ เติมบ้างไม่เติมบ้าง โดยเฉพาะเด็กชั้นประถมศึกษาปี่ที่ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เรียงจากมากไปน้อย บางคนก็ลักไก่สุ่มเขียนโดยไม่ได้นับจริง ๆ จัง ๆ ก็คงมี แต่ครูเปี่ยมสุข พูดกล่าวกับนักเรียนเสมอ ทุกคนสามารถซื่อสัตย์กับตนเองได้ ถ้านักเรียนแต่ละคนไม่โกหกตัวเอง นักเรียนทุก ๆ คนทำได้ ถ้านักเรียนทุก ๆ คน รักตนเอง และครูเชื่อว่า นักเรียนทุก ๆ คนมีความรักเป็นพื้นฐานของจิตใจของแต่ละคน ครูเชื่อเช่นนั้น นี่คือคำที่ครูใหญ่ชื่อเปี่ยมสุข พูดคุยกับเด็กนักเรียนเสมอ แต่รายชื่อ อีกา ประถมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 2 ไม่มีช่องว่างให้เห็นเพราะวิชาการนับก้าวเดิน อีกาถนัดตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 3
วันนี้ มีช่องว่าง 180 ช่อง แสดงว่า เห็นไหมมีเด็กนักเรียนของครู มีความรับผิดชอบตั้ง 120 คนจาก 300 คน ถือว่า นักเรียนของครูเก่งนะครับ ครูขอชื่นชม ขอให้นักเรียนทุก ๆ คนปรบมือให้กับความซื่อสัตย์ของตัวเอง ด้วยนะครับ
วันนี้ มีช่องว่าง 150 ช่อง แสดงว่า เห็นไหมมีเด็กนักเรียนของครู มีความรับผิดชอบตั้ง 150 คนจาก 300 คน ถือว่า นักเรียนของครูเก่งนะครับ ครูขอชื่นชม ขอให้นักเรียนทุก ๆ คนปรบมือให้กับความซื่อสัตย์ของตัวเอง ด้วยนะครับ
วันนี้ มีช่องว่าง 140 ช่อง แสดงว่า เห็นไหมมีเด็กนักเรียนของครู มีความรับผิดชอบตั้ง 160 คนจาก 300 คน ถือว่า นักเรียนของครูเก่งนะครับ ครูขอชื่นชม ขอให้นักเรียนทุก ๆ คนปรบมือให้กับความซื่อสัตย์ของตัวเอง ด้วยนะครับ
.........
วันนี้ มีช่องว่าง 3 ช่อง แสดงว่า เห็นไหมมีเด็กนักเรียนของครู มีความรับผิดชอบตั้ง 297 คนจาก 300 คน ถือว่า นักเรียนของครูเก่งนะครับ ครูขอชื่นชม ขอให้นักเรียนทุก ๆ คนปรบมือให้กับความซื่อสัตย์ของตัวเอง ด้วยนะครับ
ทุก ๆ เช้า ครูใหญ่ จะบอกนักเรียน และจำเป็นเหลือเกินต้องชมเชย
เหนือสิ่งอื่นใด ณ โรงเรียนแห่งนี้ เวลาพักกลางวัน เสียงการพูดคุยจะเงียบผิดวิสัย อย่างที่เคยเป็น และที่สำคัญไปกว่านั้น เด็กนักเรียนผลการสอบมาตรฐานโดยรวมดีขึ้น สิ่งของที่สูญหายมักจะได้คืน แน่นอนครูเปี่ยมสุข ไม่ละเมอเพ้อพกอวดแบ่งอวดกล้ามแปลงร่างเป็นนักเพาะกายว่านี่คือผลงานของตนเอง แต่นี่คือผลงานของ เพื่อนครู พานโรง และเด็กนักเรียนทุก ๆ คน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น