วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เรื่องสั้น - อีกา ตอนที่ 14

เสียงขลุ่ยไม่เป็นเพลง ดังขึ้นใกล้ทุงนา พี่เบิ้มกินหญ้าไปโดยไม่ได้สนใจว่า อีกา จะทำอะไร เป่าอะไร เสียงอะไร แต่อีกา ทึกทักเอาว่า พี่เบิ้มคงได้ยินเสียงขลุ่ยบ้าง "เป่าขลุ่ยที่ดี ต้องเอาใจเป่าเข้าไปในขลุ่ย และนิ้วแต่ละนิ้ว สิบนิ้ว ต้องเคลื่อนไหวแบบสายน้ำไหล" ประโยคนี้ยังคงฝังแน่น ที่อีกา จดจำ และนึกถึง ลุงขอทาน ที่ไม่เจออีกแล้ว ว่าเคล็ดลับของมันอยู่ตรงไหน รหัสลับอยู่ที่ใด ทำไม อีกาเป่าขลุ่ยแล้ว เสียงไม่ไพเราะเพราะพริ้งเหมือน ลุงขอทานเป่าเอาเสียเลย

โด ซอล เร ฟา นี่คือเสียงขลุ่ยของอีกา เป็นจังหวะเพลง ที่ไม่เหมือนใคร ไม่ต้องคล้องจองตามคีตกวีที่เสริมเขียนแต่งใด ๆ แม้แต่โวล์ฟกัง อะมาเดอุส โมซาร์ท หรือ ลุดวิจ ฟาน เบโทเฟน หรือ พระอภัยมณี แม้กระทั่ง ลุงขอทาน ก็ยากจะเลียนแบบทำได้อย่าง อีกา เป่าได้ เพราะเสียงที่ออกมา คือจังหวะตามใจฉัน เสียงสูงต่ำ ยาว สั้น ก็ตามใจฉันอีก ไม่ยึดติดในตำราใด ๆ

ก้าวทีละก้าว ก้าวเดินไปโรงเรียน ขาไป หนึ่งหมื่นก้าว ขากลับหนึ่งหมื่นก้าว หนึ่งปี กี่แสนก้าวหนอ ก้าวเดิน จะเหมือนเป่าขลุ่ยไหมหนอ อีกา ได้แต่นึกคิดแต่เพียงลำพัง โด เร มี ฟา ซอล ลา ซี โด นี่คือภาษาทดแทนเสียงดนตรี ที่ครูบรรเลง สอนเป็นเกริ่นนำในวิชาดนตรี ทั้ง ๆ ที่เสียง ตด หรือ เรียกให้สุภาพ คือ ผายลมนั้น ก็คือเสียง เสียงทะเลาะตบกระชากลากถู ก็คือเสียง เสียงพระสวดมนต์ ก็คือเสียงอีก แม้แต่เสียงสุนัขไล่กัด ก็คือเสียง แต่เสียงทะเลาะคำไหน คือเสียง โด เร มี ซอล ลา ซี โด อีกาแยกไม่ออก แม้แต่เสียงเอี๊ยด คราปิดประตูส้วมเพื่อปล่อยปุ๋ยชั้นดีให้กับสวนผัก แม้เสียงจะสั้นกระชับ ก็ยากที่จะเข้าใจได้ว่า คือเสียงโน๊ตตนใด

แม่บุญยัง เห็น อีกาลูกรัก มะงุมมะงาหรา กับเจ้าท่อนไม้ที่เรียกว่าขลุ่ย ก็อดที่จะไปข้องแวะพูดคุยไม่ได้ แม้มือทั้งสองข้างเปรอะเปื้อนกับดินโคลน ลูกจ๋า การเป่าขลุ่ย ไม่แตกต่างจากการเดินเท่าไหร่หรอกลูก กว่าลูกจะเดินได้ เหมือนทุกวันนี้ ระยะเริ่มต้น หนูต้องล้มครั้งแล้วครั้งเล่า ต้องเดินด้วยความระมัดระวังมากขึ้น เพื่อไม่ให้ล้ม เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกเจ็บ แม้หลายคนที่เดินถนัด นักวิ่งทีมชาติ หรือนักเดินเร็วทีมชาติ หรือการเดินของใคร ๆ ก็ตาม หลายคนเดินแบบไม่ใช่เดิน เดินแบบใจลอย เดินแบบไร้สติ จนตนเองคิดว่า เดินก็คือเดิน ไม่ต้องไปขบคิดว่า นี่คือเดิน แต่ใจไปคิดเรื่องต่าง ๆ มากมายที่ไม่ควรคิด แต่ตุตะคิดไปเองว่า จำเป็นต้องคิด หรืออดคิดไม่ได้ หรือสมยอมเป็นทาสตระหนกคิด

แม่เล่นดนตรีไม่เป็น และไม่เคยเล่นมาก่อน แต่แม่คิดว่า การเป่าขลุ่ย ก็ไม่แตกต่างกับการปลูกข้าว ไม่แตกต่างกับการก้าวเดิน ลูกลองเป่าทีละเสียง จนจิตใจของหนู ไม่ต้องเป่า ก็จดจำเสียงนั้นได้อย่างแม่นยำว่า คือเสียงโน๊ตอะไร เสียงโน๊ตตัวไหน แม้แต่เสียงนกร้อง หรือ พี่เบิ้ม ทักหนู คือเสียงอะไรบ้าง โดยมาเทียบเคียงกับเสียงขลุ่ย คือเสียงช่องใดของขลุ่ย ถ้าทำได้ดังนี้ หนูจะเป็นคีตกวีของโลกได้ไม่ยาก

โด เร มี ฟา ซอล ลา ซี โด โด เร มี ฟา ซอล ลา ซี โด โด เร มี ฟา ซอล ลา ซี โด ....

แม่ หนูช่วยแม่นะครับ จ่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น